เลนส์ปริซึม (Prism)
หลายคนอาจเคยมีอาการมองเห็นภาพซ้อน ปวดตา หรือตาเหล่โดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาการเหล่านี้อาจไม่เพียงทำให้การมองเห็นลำบาก แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประจำวัน โดยหนึ่งในแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จักษุแพทย์และนักทัศนมาตรใช้กันคือ เลนส์ปริซึม เลนส์ชนิดพิเศษ ที่สามารถปรับทิศทางการมองเห็นให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง บทความนี้หมออุ๊ยจะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเลนส์ปริซึมตั้งแต่หลักการทำงาน ประโยชน์ ไปจนถึงข้อควรระวัง พร้อมคำแนะนำที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกใช้
ที่มีลักษณะเป็นวัสดุโปร่งใส ที่มีด้านเรียบประกบกันทำมุมเป็นยอดแหลม และอีกด้านเป็นฐานปริซึม ออกแบบมาเพื่อ บังคับทิศทางของแสง ให้ไปตกที่จุดรับภาพบนจอประสาทตา (retina) ได้ตรงตำแหน่งพอดี หลักการคือ แสงที่ผ่านปริซึมจะเบนเข้าหาด้านฐาน และทำให้ภาพที่ผู้สวมใส่มองเห็นเบนเข้าหายอดของปริซึม ส่งผลให้ดวงตาสามารถรวมภาพจากทั้งสองข้างเป็นภาพเดียวกันได้
ภาพจาก : https://www.laxmieye.org/blog/diplopia-explained-causes-symptoms-treatment/
เลนส์ปริซึมจึงเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วย ชดเชย การทำงานของกล้ามเนื้อตาในกรณีที่ดวงตาไม่สมดุลกัน ทั้งยังช่วยลดปัญหาภาพซ้อน และทำให้การมองเห็นกลับมามีประสิทธิภาพมากขึ้น
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เลนส์ปริซึมไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับทุกคน แต่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของการทำงานของกล้ามเนื้อตา ที่ส่งผลให้การรวมภาพของตาทั้งสองข้างไม่สมบูรณ์ ซึ่งการใช้เลนส์ชนิดนี้ จะช่วยปรับทิศทางของแสงเข้าสู่จอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ทำให้ผู้ป่วยสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนและสบายตามากขึ้น โดยกลุ่มที่มักได้รับประโยชน์จากเลนส์ปริซึม ได้แก่
ภาวะนี้เกิดจากการที่ดวงตาทั้งสองข้าง ไม่สามารถมองไปในทิศทางเดียวกันได้ ทำให้ภาพที่เห็นจากแต่ละตาไม่ตรงกัน เกิดอาการภาพซ้อนหรือการมองเห็นผิดปกติ เลนส์ปริซึมจะช่วยเบนทิศทางแสง ทำให้ภาพจากตาทั้งสองข้างมารวมกันเป็นภาพเดียว พร้อมช่วยลดความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน
เป็นความผิดปกติที่อาจเห็นไม่ได้ชัดด้วยตาเปล่า แต่เมื่อใช้สายตาไปนาน ๆ มักจะมีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น มองเห็นภาพซ้อน ปวดตา หรือตาล้า เนื่องจากกล้ามเนื้อตาไม่สามารถควบคุมให้ประสานกันได้ตลอดเวลา เลนส์ปริซึมจะช่วยลดการทำงานเกินกำลังของกล้ามเนื้อตา ทำให้การมองเห็นมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในระยะใกล้หรือระยะไกล ภาพซ้อนมักทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ลำบาก เช่น การขับรถ อ่านหนังสือ หรือทำงานคอมพิวเตอร์ เลนส์ปริซึมสามารถช่วยให้ภาพซ้อนที่เกิดขึ้นกลับมาเป็นภาพเดียวได้ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในชีวิตประวันได้เป็นอย่างดี
ผู้ป่วยบางราย มีกล้ามเนื้อตาที่ควบคุมการเคลื่อนไหวลูกตาไม่แข็งแรงพอ เช่น หลังได้รับอุบัติเหตุ โรคทางระบบประสาท หรือความผิดปกติแต่กำเนิด การใช้เลนส์ปริซึมช่วยชดเชยการทำงานของกล้ามเนื้อตา ทำให้ผู้ป่วยยังคงมองเห็นได้ชัดเจนใกล้เคียงปกติ
กล้ามเนื้อตาที่ทำงานไม่สอดคล้องกัน อาจทำให้ต้องใช้แรงในการเพ่งมากขึ้น ส่งผลให้มีอาการปวดตา ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะได้ง่าย เลนส์ปริซึมจะช่วยลดภาระการทำงานของกล้ามเนื้อตา ทำให้การใช้สายตาในชีวิตประจำวันสบายขึ้น
ภาพจาก : https://www.pobpad.com/
สรุป
การมองเห็นที่ไม่สบายตา ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะ ตาล้า หรือการเห็นภาพซ้อน อาจมีสาเหตุมาจากการที่ดวงตาทั้งสองข้างทำงานไม่สมดุลกัน เพราะฉะนั้นเลนส์ปริซึมจึงถูกออกแบบมา เพื่อช่วยในการจัดสมดุลการทำงานของดวงตา ให้แสงเข้าสู่จอประสาทตาได้ตรงตำแหน่ง ซึ่งเมื่อดวงตาสามารถรวมภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติ อาการรบกวนต่าง ๆ ก็จะลดลง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ที่มีภาวะตาเหล่ หรือตาเข สามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเช่นกัน
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการมองเห็นภาพซ้อน ปวดตา หรือตาเหล่ จนทำให้รบกวนชีวิตประจำวัน สามารถเข้ามาตรวจสุขภาพ ที่ Dr.Ouise Eye Clinic คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก โดยเรามีจักษุแพทย์และนักทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทีมงานที่พร้อมดูแลคุณอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การออกแบบเลนส์ ไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้คุณกลับมามองเห็นชัดเจน และรู้สึกสบายตาในระยะยาว
บทความโดย หมออุ๊ย แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย จักษุแพทย์เฉพาะทาง ด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อตรวจสุขภาพตา ได้ที่
บริการของเรา
โปรโมชั่นเเละเเพ็คเกจ