อัปเดต 2026 เลนส์โปรเกรสซีฟ ราคาเท่าไหร่ ตัดแว่นสายตายาวที่ไหนดี

อัปเดต 2026 เลนส์โปรเกรสซีฟ ราคาเท่าไหร่ ตัดแว่นสายตายาวที่ไหนดี
หมออุ๊ยเองนะคะ.. ถ้าพูดถึงเรื่องเลนส์โปรเกรสซีฟ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงมักเป็นเรื่อง “ เลนส์โปรเกรสซีฟ ราคาเท่าไหร่ ” ที่แม้จะสูงกว่าเลนส์แว่นตาทั่วไป แต่เรื่องเทคโนโลยีการผลิต และประสิทธิภาพในการใช้งาน ถือว่าเป็นเลนส์ที่มีความคุ้มค่ามาก ๆ เริ่มต้นปี 2026 แบบนี้ หมออุ๊ย (Dr.Ouise Eye Clinic) ขออาสาอัปเดตราคาเลนส์เลนส์โปรเกรสซีฟ ตั้งแต่ราคาเริ่มต้นไปจนถึงหลักหมื่น พร้อมความแตกต่างของเลนส์แต่ละยี่ห้อ เพื่อให้คุณสามารถเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟได้อย่างมั่นใจ และคุ้มค่ากับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
เมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่วัย 40+ แล้วเริ่มมองใกล้ไม่ชัด? นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลามองหา แว่นโปรเกรสซีฟ แล้ว บทความนี้จะพาคุณอัปเดต เลนส์โปรเกรสซีฟ ราคา ล่าสุดปี 2026 พร้อมแนะนำรุ่นเลนส์ยอดนิยมระดับต่าง ๆ และร้านตัดแว่นสายตายาว ตัดแว่นสายตายาว ที่ไว้ใจได้
หัวข้อที่หมออุ๊ยอยากเล่าให้ฟัง
- เลนส์โปรเกรสซีฟ คืออะไร?
- เลนส์โปรเกรสซีฟมีกี่แบบ
- เลนส์โปรเกรสซีฟ เหมาะกับใคร?
- เลนส์โปรเกรสซีฟ ราคาเท่าไหร่
- เลนส์โปรเกรสซีฟราคาถูก กับราคาแพง ต่างกันอย่างไร?
- ตัดแว่นโปรเกรสซีฟ เลือกเลนส์ยี่ห้อไหนดี
- ตารางเปรียบเทียบราคาเลนส์โปรเกรสซีฟแต่ละแบรนด์
- ตัดแว่นสายตายาวพร้อมเลนส์ ที่ไหนดี
- FAQ – คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ
เลนส์โปรเกรสซีฟ คืออะไร?
เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) คือเลนส์แว่นตาที่ถูกออกแบบให้สามารถมองเห็นได้ครบทุกระยะภายในเลนส์เดียว โดยมีการไล่กำลังสายตาอย่างต่อเนื่องจากด้านบนลงด้านล่างของเลนส์ ทำให้ผู้สวมใส่สามารถใช้งานสายตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีสะดุด ซึ่งจะแบ่งโซนการมองเห็นหลัก 3 ระยะ คือ
- ระยะไกล ใช้สำหรับมองถนน ป้าย หรือขณะขับรถ
- ระยะกลาง ใช้สำหรับมองคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือการทำงานในออฟฟิศ
- ระยะใกล้ ใช้สำหรับอ่านหนังสือ โทรศัพท์มือถือ หรือทำงานละเอียด
โดยจุดเด่นสำคัญของเลนส์โปรเกรสซีฟ คือ ไม่มีเส้นแบ่งเลนส์เหมือนแว่นสองชั้นหรือสามชั้น ทำให้ได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ ดูอ่อนวัย อีกทั้งการเปลี่ยนระยะการมองเห็นจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ภาพไม่กระโดด แต่อาจมีข้อจำกัดเล็ก ๆ คือในช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาปรับตัว และหากเลือกเลนส์ที่ไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหาตัดเลนส์โปรเกรสซีฟแล้วใส่ไม่ได้ ดังนั้นควรเลือกร้านตัดแว่นโดยจักษุแพทย์ เพื่อการวิเคราะห์ปัญหาค่าสายตาที่ละเอียด

เลนส์โปรเกรสซีฟมีกี่ระดับ
เลนส์โปรเกรสซีฟมีหลายระดับให้เลือกตามคุณภาพ ความคมชัด และเทคโนโลยีการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และงบประมาณของแต่ละคน ได้แก่ >>
Standard
- เลนส์ระดับเริ่มต้นที่ใช้งานได้ทั้งระยะใกล้ กลาง ไกลในเลนส์เดียว ราคาย่อมเยา มุมมองอาจแคบกว่ารุ่นอื่น เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้งาน
Premium
- เลนส์ที่เพิ่มความสบายในการมอง มุมมองกว้างขึ้น ลดการบิดเบือนบริเวณขอบเลนส์ได้ดีขึ้น ปรับแต่งได้ตามค่าสายตาและรูปแบบการใช้งานเฉพาะบุคคล เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความคมชัดและใส่สบาย
Advance
- เลนส์ที่มีการปรับแต่งเฉพาะบุคคล มีพื้นที่เลนส์กว้างขึ้น คมชัดในทุกระยะ ลดอาการเวียนศีรษะ รองรับไลฟ์สไตล์ที่ต้องเปลี่ยนระยะบ่อย เช่น ทำงานหน้าจอ ขับรถ หรือใช้งานหลากหลายตลอดวัน
Exclusive
- เลนส์ที่วัดค่าสายตาอย่างละเอียด ปรับตามใบหน้า กรอบแว่น และกิจกรรมส่วนบุคคล ให้การมองเห็นเป็นธรรมชาติ ลดภาพบิดเบือนขอบเลนส์ได้ดีเยี่ยม เหมาะกับผู้ที่ต้องการคุณภาพสูงสุด
Ultimate
- เลนส์ระดับท็อป วัสดุพรีเมียม ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงทั้งด้านหน้า-หลังเลนส์ เพื่อภาพที่ชัดเจนแม้ขณะเคลื่อนไหว รองรับพฤติกรรมเฉพาะตัว เหมาะกับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การมองเห็นที่ดีที่สุด
หมออุ๊ย (พญ.วชิรา สนธิไชย) เป็นคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญด้านเฉพาะทางกระจกตา และการรักษาตาแห้ง นอกจากนี้ยังมีทีมนักทัศนมาตรที่มีความชำนาญด้านแว่นโปรเกรสซีฟโดยเฉพาะ คุณสามารถมั่นใจได้เลยว่า Dr.Ouise Eye Clinic จะเป็นคลินิกสายตาที่แก้ปัญหาเรื่องดวงตาได้ดีที่สุด

เลนส์โปรเกรสซีฟ เหมาะกับใคร?
แว่นตาโปรเกรสซีฟเหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการมองเห็น และไม่อยากสลับแว่นไปมาในแต่ละกิจกรรม โดยหมอขอสรุปกลุ่มที่เหมาะสมไว้ดังนี้
- ผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป และเริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัย อ่านหนังสือใกล้ไม่ชัด ต้องยืดแขนหรือถอดแว่นดู
- ผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงอยู่เดิม และเริ่มมีปัญหามองใกล้ร่วมด้วย
- คนทำงานออฟฟิศที่ต้องใช้สายตามองคอมพิวเตอร์ มือถือ และเอกสารสลับกันทั้งวัน
- ผู้ที่ไม่ต้องการพกแว่นหลายอัน และต้องการแว่นอันเดียวจบ
- ผู้ที่ใส่ใจบุคลิกภาพ ต้องการเลนส์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่มีเส้นแบ่ง
อัปเดตราคาแว่นโปรเกรสซีฟ ปี 2026
เลนส์โปรเกรสซีฟ ราคาเท่าไหร่
ราคาแว่น โปรเกรสซีฟ ในปี 2026 มีหลากหลาย ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับแบรนด์ รุ่น และเทคโนโลยีที่ใช้ โดยราคาคร่าว ๆ มีดังนี้
เลนส์ Shamir (ชาเมียร์)
เริ่มต้นที่ 7,900-74,000 บาท เลนส์จากอิสราเอล โดดเด่นเรื่องนวัตกรรมสุดล้ำ ใช้ระบบ AI ในการผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟที่สามารถเลือกกรอบแว่นทรงใดก็ได้ และยังสามารถทำเป็นเลนส์กันแดดโปรเกรสซีฟในแว่นทรงโค้งสำหรับนักกีฬาได้
เลนส์ Essilor (เอสซีลอร์)
เริ่มต้นที่ 9,900-164,700 บาท เลนส์จากฝรั่งเศสที่คิดค้นผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟตัวแรกของโลก จุดเด่นอยู่ที่การมองเห็นที่นุ่มนวลผสานกับมุมมองภาพกว้างสูงสุดถึง 90% ช่วยลดภาพบิดเบือนภาพด้านข้างได้ดี เลนส์นี้เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่ผลิตในไทยเป็นหลัก ทำให้มีราคาดีคุณภาพเยี่ยม
เลนส์ Hoya (โฮย่า)
เริ่มต้นที่ 9,900-89,400 บาท เลนส์จากญี่ปุ่น โครงสร้างของเลนส์รองรับใบหน้าของคนเอเชีย ใช้ซอฟต์แวร์ Soft Design ช่วยเกลี่ยค่าสายตา ใส่แล้วรู้สึกนุ่มนวล สบายตา เป็นเลนส์ที่ราคาคุ้มค่ากับคุณภาพมาก ๆ เพราะผลิตในไทยเป็นหลัก
เลนส์ Rodenstock (โรเด้นสต็อค)
เริ่มต้นที่ 12,000-102,000 บาท เลนส์จากเยอรมัน โดดเด่นด้านความคมชัดและการออกแบบเฉพาะบุคคล โดยนำเทคโนโลยี Wavefront ที่ใช้ในเครื่องเลสิกมาใช้ในการขัดเลนส์ เพราะมีการขัดใหม่ทุกคู่ สามารถใส่รายละเอียดลงไปในตัวเลนส์ได้ครบถ้วน
เลนส์ Zeiss (ไซซ์ส)
เริ่มต้นที่ 12,600-102,000 บาท อีกหนึ่งเลนส์จากประเทศเยอรมัน มีคุณภาพและความคมชัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของกลุ่มแบรนด์โปรเกรสซีฟ มาพร้อมเทคโนโลยีที่รองรับดวงตา ช่วยลดปัญหาตาล้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการถนอมสายตา
เลนส์ Nikon (นิคอน)
เริ่มต้นที่ 8,700-118,700 บาท เลนส์จากญี่ปุ่นที่โดดเด่นเรื่องการปรับตัวได้ง่ายที่สุด โดยใช้ซอฟต์แวร์เลือกเลนส์จากการใช้งานก่อนหน้าใส่เข้าไปในการผลิตเลนส์ ช่วยให้การปรับตัวกับเลนส์ใหม่ง่ายขึ้น รวมถึงมุมมองภาพกว้างได้สูงสุดถึง 90% ลดภาพบิดเบือนด้านข้างได้เป็นอย่างดี
เลนส์โปรเกรสซีฟราคาถูก กับราคาแพง ต่างกันอย่างไร?
หลายคนเข้าใจว่าเลนส์โปรเกรสซีฟราคาแพง คือเป็นเพราะยี่ห้อหรือแบรนด์ดัง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความแตกต่างของราคามาจากหลายองค์ประกอบ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น
1. การออกแบบเลนส์ (Lens Design)
เลนส์โปรเกรสซีฟราคาถูก มักใช้การออกแบบแบบสำเร็จรูป ผ่านการใช้ค่ามาตรฐานเดียวกันกับผู้ใช้งานทั่วไป ในขณะที่เลนส์ระดับราคาสูงจะเป็นการออกแบบเฉพาะบุคคล โดยคำนึงถึงลักษณะการใช้สายตา ท่าทางการเคลื่อนไหวศีรษะ และการกลอกตา ทำให้ภาพที่ได้เป็นธรรมชาติและสบายตามากกว่า
2. ความกว้างของโซนมองเห็น
เลนส์ราคาถูกจะมีโซนชัดในแต่ละระยะค่อนข้างแคบ ผู้ใส่อาจต้องหันศีรษะช่วยบ่อย ทำให้รู้สึกเมื่อยหรือเวียนหัวได้ง่าย ส่วนเลนส์พรีเมียม จะออกแบบให้โซนมองเห็นกว้างขึ้น มองได้สบาย ลดความบิดเบือนของภาพ และช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายกว่า
3. เทคโนโลยีการผลิตเลนส์
อย่างที่บอกไปนะคะ ว่าเลนส์ราคาประหยัด มักใช้การออกแบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ต้นทุนในการผลิตค่อนข้างน้อยกว่า แต่ในขณะเดียวกัน เลนส์ระดับพรีเมียมจะใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Algorithm (AI) รวมไปถึง เทคโนโลยี Freeform ร่วมกับข้อมูลเฉพาะตัวของผู้ใช้ (Individual Parameters) เพื่อคำนวณผิวเลนส์ ลดภาพบิดเบือนบริเวณขอบเลนส์ เพื่อให้เลนส์มีความเป็นเฉพาะบุคคลมากขึ้น
4. ความหนา น้ำหนัก และวัสดุเลนส์
เลนส์ราคาสูงสามารถเลือกวัสดุที่บาง เบา และเหมาะกับค่าสายตาเฉพาะบุคคลได้มากกว่า ช่วยให้ใส่สบาย ไม่กดจมูก และดูสวยงาม
5. Option เสริมของเลนส์
ไม่ว่าจะเป็น การเคลือบกันแสงสะท้อนขั้นสูง การกรองแสงสีฟ้า การป้องกัน UV และการเพิ่มความทนทานต่อรอย ซึ่งล้วนส่งผลต่อความสบายตาในระยะยาว
6. ความเชี่ยวชาญของแพทย์และเครื่องมือ
แม้จะเป็นเลนส์ยี่ห้อและรุ่นเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างอย่างมาก ขึ้นอยู่กับการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด การวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ และเครื่องมือที่ใช้ในการวัดตำแหน่งเลนส์เฉพาะบุคคล
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลสำคัญ ว่าทำไมเลนส์โปรเกรสซีฟราคาถูกกับราคาแพง ถึงแตกต่างกัน หากยังไม่มั่นใจเข้ามาปรึกษาหมออุ๊ย และทีมได้นะคะ เราจะช่วยเลือกเลนส์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน และงบประมาณให้กับผู้ใช้ค่ะที่สุดค่ะ
ตัดแว่นโปรเกรสซีฟ เลือกเลนส์ยี่ห้อไหนดี

เลนส์โปรเกรสซีฟ Essilor
เลนส์โปรเกรสซีฟ Essilor แบรนด์ฝรั่งเศส ที่เป็นผู้คิดค้นเลนส์โปรเกรสซีฟ Varilux ตัวแรกของโลกในปี 1959 และขยายฐานผลิตไปยังหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยในปี 1980 มีจุดเด่นที่ความสมดุลของเลนส์ ภาพเป็นธรรมชาติ ปรับตัวง่าย และมีตัวเลือกหลากหลาย เหมาะกับคนที่ต้องกาความมั่นใจ ได้มาตรฐานสากล และต้องการเลนส์ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
จุดเด่นและเทคโนโลยีของเลนส์ Essilor
- เทคโนโลยี AVA (Advanced Vision Accuracy) ตรวจวัดค่าสายตาด้วยความแม่นยำสูงถึง 0.01D เพิ่มความละเอียดในการออกแบบเลนส์โปรเกรสซีฟ
- ออกแบบเลนส์ให้สอดคล้องกับค่าสายตาและกรอบแว่นจริง ปรับโฟกัสทุกระยะได้อย่างนุ่มนวล มองเห็นคมชัดในเลนส์เดียว ใช้งานสะดวกในชีวิตประจำวัน
- มีเทคโนโลยีป้องกันแสงสีฟ้า ช่วยถนอมดวงตาจากหน้าจอดิจิทัล พร้อมเคลือบเลนส์ Crizal ลดแสงสะท้อน ป้องกันรอยขีดข่วน ฝุ่น และคราบ ทำให้เลนส์ใสสะอาดอยู่เสมอ
- เทคโนโลยี Optifog ช่วยลดการเกิดฝ้าบนเลนส์ ทำให้มองเห็นชัดเจนต่อเนื่อง
- เทคโนโลยี Varilux และ Path Optimizer ช่วยให้ภาพคมชัดทุกระยะ ปรับตัวได้ง่าย ลดอาการปวดตาและปวดศีรษะจากการใส่เลนส์โปรเกรสซีฟ
- เลนส์รุ่น Essilor XR Series ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมการมองเห็น ช่วยปรับโฟกัสได้รวดเร็ว ลื่นไหล และขยายโซนมองใกล้ให้กว้างขึ้น เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล
- มีเลนส์เฉพาะสำหรับชะลอการเพิ่มของสายตาสั้นในเด็ก เช่น Essilor Stellest ที่ใช้เทคโนโลยี H.A.L.T. ช่วยควบคุมการยืดตัวของลูกตา มาพร้อมวัสดุน้ำหนักเบา และป้องกันรังสี UV ได้ 100%
เลนส์โปรเกรสซีฟ Hoya
HOYA เป็นแบรนด์ที่พัฒนาเลนส์โปรเกรสซีฟโดยยึดการใช้งานจริงเป็นหลัก แบ่งเลนส์ตามไลฟ์สไตล์ เช่น งานออฟฟิศ งานที่ต้องเคลื่อนไหว หรือการใช้ดิจิทัลเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องการลดความล้าของดวงตา จากการใช้งานหน้าจอ ซึ่งตอบโจทย์คนยุคนี้มาก หมอมักแนะนำให้กับคนทำงานหน้าจอเยอะ ใช้สายตาหนัก และต้องการเลนส์ที่ปรับตัวง่าย
จุดเด่นและเทคโนโลยีของเลนส์ Hoya
- เทคโนโลยี Integrated Double Surface Design ขัดโครงสร้างเลนส์ทั้งสองด้าน ช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้าง และให้มุมมองภาพที่กว้างขึ้น
- เทคโนโลยี 3D Binocular Vision เพิ่มภาพที่คมชัด ช่วยให้การมองสบาตาทุกระยะ
- ปรับแต่งเลนส์เฉพาะบุคคล ด้วย Position of Wear Customization ผ่านการวิเคราะห์จากการใช้งานจริง เพื่อให้ได้ค่าสายตาที่แม่นยำ
- เคลือบผิวป้องกันน้ำ คราบมัน ทำให้เลนส์ทำความสะอาดง่ายและใสสะอาดอยู่เสมอ
ตัวอย่างเลนส์โปรเกรสซีฟ Hoya
HOYA LifeStyle Progressive
- เลนส์โปรเกรสซีฟที่ออกแบบตามพฤติกรรมการใช้สายตาในชีวิตจริง มีการแบ่งโซนสายตาที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบทุกระยะแต่ใช้งานง่าย เหมาะกับคนที่มองคอมพิวเตอร์และเอกสารบ่อย ภาพสมดุล ใช้งานใกล้ก็สบายตา อ่านหนังสือเล่นมือถือได้นานขึ้น
HOYA MyStyle Progressive
- เป็นเลนส์ที่ปรับให้มีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยพิจารณาพฤติกรรมการมองและไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ภาพตอบรับการใช้สายตาแต่ละคน ช่วยลดความเครียดของดวงตา โดยเฉพาะเวลากลางวันที่ต้องทำงานหลายระยะ ให้ภาพนิ่ง คมชัด สบายตาทั้งตอนอ่านหนังสือ และใช้สายตาเพื่อมองไกล
เลนส์โปรเกรสซีฟ Shamir
เป็นบริษัทในเครือ EssilorLuxottica โดดเด่นเรื่องของการเลือกกรอบ เพราะไม่ว่าจะเลือกกรอบแว่นแบบไหน ก็สามารถใช้งานเลนส์โปรเกรสซีฟของ Shamir ได้ โดยเฉพาะกรอบทรงสปอร์ตสำหรับเล่นกีฬาจะน่าสนใจเป็นอย่างมาก
จุดเด่นและเทคโนโลยีของเลนส์ Shamir
- เทคโนโลยี Freeform เพื่อการผลิตที่ละเอียดและแม่นยำระดับนาโนเมตร ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดในทุกมุมมอง สามารถผลิตเลนส์ที่มีความโค้งหรือค่าเอียงสูง เลนส์มีความสบายตา และเหมาะสมกับการมองของแต่ละบุคคล
- เทคโนโลยี AI เพื่อช่วยให้การมองเห็นชัดเจน และเพิ่มความสบายตาในทุกสภาพแสง
- มี Index ของเลนส์หลากหลายค่าให้เลือก จึงสามารถเลือกค่าที่เหมาะกับค่าสายตาของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ
ตัวอย่างเลนส์โปรเกรสซีฟ Shamir
Shamir Autograph Intelligence
- เป็นเลนส์ที่ ฉลาดในการอ่านพฤติกรรมการมอง โดยไม่ได้ยึดแค่ค่าสายตา แต่รวมถึงการเคลื่อนไหวของตาเมื่อใช้ชีวิตจริง ภาพต่อเนื่อง นุ่มนวล ลดอาการสะดุดเมื่อเปลี่ยนระยะ เหมาะกับการใช้ชีวิตจริง เพราะออกแบบตามการมองของแต่ละคน
Shamir Autograph III
- เป็นเลนส์พื้นฐานจาก Autograph Intelligence แต่ปรับจูนให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตจริงมากขึ้น เช่น การขับรถ มองกลาง และการอ่านเอกสาร ลดอาการเมื่อยสายตาแม้ใช้ติดต่อกันหลายชั่วโมง ไม่ต้องปรับตัวนาน เหมาะกับคนที่ไม่อยากเปลี่ยนมุมมองบ่อย
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 3,900.-

เลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon
ความสบายสไตล์ญี่ปุ่น ต้องยกให้แบรนด์ Nikon ที่มีจุดแข็งเรื่องความสบายตา เลนส์โปรเกรสซีฟของ Nikon ถูกออกแบบให้การเปลี่ยนระยะเป็นไปอย่างนุ่มนวล ลดความเครียดของกล้ามเนื้อตา และที่สำคัญยังเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการมองจริง ๆ เช่น การกวาดสายตา การเอียงศีรษะ และการเคลื่อนไหวตา ทำให้ผู้เริ่มต้นใส่โปรเกรสซีฟสามารถปรับตัวได้ง่าย ใส่ได้ตลอดวัน เหมาะมากค่ะสำหรับมือใหม่
จุดเด่นและเทคโนโลยีของเลนส์ Nikon
- ใช้เทคโนโลยี NODE (Nikon Optical Design Engine) ที่คำนวณโครงสร้างเลนส์เฉพาะบุคคลกว่า 40,000 รูปแบบ ทำให้ภาพคมชัด มุมมองกว้าง และลดภาพบิดเบือนได้ดี
- มีนวัตกรรมหลากหลาย เช่น Insights Technology ช่วยให้ผู้ใช้ร่วมออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับสายตาและไลฟ์สไตล์, Binocular Tuner ปรับสมดุลการมองเห็นของตาทั้งสองข้าง, และ Deformation Tuner ลดภาพบิดเบือนและเพิ่มพื้นที่มองเห็น
- เลนส์มีความคมชัดสูง สีสันสดใส และให้ภาพที่เป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผู้ใช้งานสวมใส่สบาย ปรับตัวง่าย แม้จะเริ่มใช้เลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรก
- เทคโนโลยีเคลือบเลนส์ช่วยลดแสงสะท้อน เพิ่มความคมชัดในสภาพแสงน้อย และป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี
ตัวอย่างเลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon
Nikon Presio Progressive
- เป็นเลนส์รุ่นยอดนิยมของ Nikon ให้ภาพนุ่ม สบายตา เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มใช้โปรเกรสซีฟหรืออยากได้เลนส์ที่ปรับตัวง่าย ช่วยลดการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อตา แต่จะเหมาะกับการใช้งานทั่วไปมากกว่า
Nikon Z-Series Progressive
- เป็นเลนส์ที่คำนวณแบบล้ำขึ้นจาก Presio โดยจะเน้นการลดการบิดเบือนด้านข้าง และให้ภาพนิ่งในทุกมุมมอง ทำให้เวลาเคลื่อนไหวสายตา ภาพไม่กระตุก โฟกัสได้เร็ว ไม่ว่าจะมองไกล กลาง หรือใกล้ ภาพที่ได้ก็ยังดูสบายตา
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 8,700.-

เลนส์โปรเกรสซีฟ Rodenstock
อีกหนึ่งแบรนด์เลนส์แว่นตาคุณภาพสูงจากเยอรมนี ที่ออกแบบเลนส์โปรเกรสซีฟจากค่าสายตาจริง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะความโค้งและลักษณะเฉพาะของลูกตา แล้วนำข้อมูลนั้นมาออกแบบเลนส์โปรเกรสซีฟแบบเฉพาะบุคคล ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดสูง ลดการบิดเบือนด้านข้างเลนส์ และกะระยะได้ดีขึ้น
จุดเด่นและเทคโนโลยีของเลนส์ Rodenstock
- เทคโนโลยี B.I.G. VISION (Biometric Intelligent Glasses) และเทคโนโลยีไบโอเมตริก (B.I.G. VISION) ผลิตเลนส์เฉพาะบุคคลที่แม่นยำสูง โดยวัดค่าทางชีวภาพ และลักษณะเฉพาะของดวงตาแต่ละคน
- มีโครงสร้างที่ช่วยลดภาพบิดเบือน พร้อมขยายพื้นที่การมองให้กว้างขึ้น ผ่านเทคโนโลยี EyeLT ที่กว้างกว่าเลนส์ทั่วไปถึง 25% และลดปัญหาภาพวูบวาบด้านข้าง
- พัฒนาเครื่องมือสแกนดวงตา DNEye Scanner ช่วยเก็บข้อมูลลักษณะกายภาพของดวงตา เพื่อผลิตเลนส์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้แต่ละคน
- ผลิตเลนส์ที่เข้ากับกรอบแว่น รูปหน้า และท่าทางการใช้งาน เพื่อความสบายและวิสัยทัศน์ที่ดีที่สุด
ตัวอย่างเลนส์โปรเกรสซีฟ Rodenstock
Rodenstock Impression B.I.G. Progressive
- ถือเป็นรุ่นเรือธงของ Rodenstock จุดเด่นที่สุดคือการใช้ข้อมูลชีวภาพของดวงตา เช่น ความโค้งและลักษณะลูกตามาออกแบบเลนส์ ทำให้ภาพที่ได้สมจริงมาก ภาพมีมิติ กะระยะแม่น ใครที่กังวลเรื่องการเดิน การเคลื่อนไหว และอยากเพิ่มความปลอดภัย ตัวนี้จะตอบโจทย์ได้ดีเลยค่ะ
Rodenstock Multigressive Progressive
- เป็นเลนส์ที่บาลานซ์โซนไกล กลาง และใกล้ได้ดี เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ให้ภาพที่ต่อเนื่อง ไม่สะดุด และยังช่วยลดอาการตาล้าเมื่อใช้งานไปนาน ๆ
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 12,000.-
เลนส์โปรเกรสซีฟ Zeiss
สำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟของ ZEISS มีจุดเด่นที่น่าสนใจเยอะเลยค่ะ ทั้งเรื่อง ความคม ความใส และความแม่นยำของภาพ โดยเฉพาะในโซนไกลและการกะระยะที่ดีมาก ๆ ตอบโจทย์หลายคนที่รู้สึกกังวลเวลาเริ่มใส่โปรเกรสซีฟ ซึ่งจุดเด่นสำคัญคือการคำนวณเลนส์แบบ Individual Design ที่นำค่าการมองเห็นจริง พฤติกรรมการใช้สายตา ท่าทางการมอง และกรอบแว่นที่เลือก มาใช้ในการออกแบบเลนส์ ทำให้การเปลี่ยนระยะจากไกล กลาง และใกล้ เป็นไปอย่างนุ่มนวล ลดอาการเวียนหัว หรือภาพบิดเบี้ยวที่หลายคนกังวล
จุดเด่นและเทคโนโลยีของเลนส์ Zeiss
- โครงสร้างเลนส์แบบ Hard Design และ Backside FreeForm ช่วยลดภาพบิดเบือนขอบเลนส์ เพิ่มมุมมองกว้าง และความคมชัดทั่วทั้งเลนส์
- เทคโนโลยี Smartlife ช่วยเพิ่มระยะกลาง-ใกล้ให้กว้างขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลได้ดี
- รุ่นสูงสุดออกแบบเฉพาะบุคคล ผ่านการใช้พารามิเตอร์หลายจุดบนกรอบแว่นและใบหน้า เพื่อความคมชัดและสบายตาของแต่ละบุคคล
- มองเห็นคมชัดทุกระยะแบบไร้รอยต่อ ให้ภาพที่เป็นธรรมชัด โดยไม่ต้องถอดแว่นหรือเปลี่ยนเลนส์บ่อย
- ลดอาการวูบวาบ และภาพบิดเบือน เมื่อต้องเปลี่ยนโซนมองจากไกลไปใกล้ได้อย่างนุ่มนวล
ตัวอย่างเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS
ZEISS SmartLife Progressive
- โซนกลางถูกออกแบบให้กว้างและต่อเนื่อง ข่วยให้มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้นานโดยไม่ต้องเงยหรือก้มศีรษะบ่อย นอกจากนี้การเปลี่ยนระยะของโซนต่าง ๆ ยังลื่นมาก ภาพไม่กระตุก ช่วยลดอาการเวียนหัว ถือเป็นซีรีส์ที่ ZEISS ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการมองของคนยุคปัจจุบัน ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นหลัก นอกจากนี้ยังใช้ได้เป็นประจำในชีวิตประจำวันอีกด้วย
ZEISS Individual Progressive
- ใครที่เคยผิดหวังกับเลนส์สายตาแบบทั่วไปมาก่อน หมอคิดว่า ZEISS Individual Progressive เป็นเลนส์พรีเมียมที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเลยค่ะ ก่อนผลิตจะมีการนำข้อมูลทั้งค่าสายตา ท่าทางการมอง การเอียงกรอบ และพฤติกรรมการใช้สายตามาคำนวณร่วมกัน ช่วยให้ภาพที่ได้มีความใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ลดภาพบิดเบือนด้านข้างได้ดีมาก ที่สำคัญยังช่วยให้เดินได้แบบมั่นคง เพราะสามารถกะระยะผ่านเลนส์ได้แบบแม่นยำ
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 9,000.-
ตารางเปรียบเทียบราคาเลนส์โปรเกรสซีฟแต่ละแบรนด์

หมายเหตุ: ราคาอาจแตกต่างตามรุ่น เทคโนโลยี และร้านที่ให้บริการ
ตัดแว่นสายตายาวพร้อมเลนส์ ที่ไหนดี
การตัดแว่นโปรเกรสซีฟควรทำโดยนักทัศนมาตรที่มีประสบการณ์ พร้อมอุปกรณ์วัดสายตาทันสมัย เพื่อให้ได้เลนส์ที่แม่นยำและใส่สบายที่สุด ควรเลือกร้านแว่นที่มีนักทัศนมาตรประจำ คลินิกสายตาที่เชื่อถือได้ รวมถึงร้านที่มีรีวิวดี บริการหลังการขาย พร้อมบริการลองเลนส์เสมือนจริง
ลองสัมผัสประสบการณ์การมองเห็นแบบใหม่กับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Dr.Ouise Eye Clinic ที่ให้บริการตรวจวัดสายตาและตัดเลนส์แบบเฉพาะบุคคล
สำหรับใครที่อายุเข้าเลข 4 และเริ่มมีปัญหามองใกล้ไม่ชัด เราได้รวบรวมคำตอบให้คุณไว้แล้ว โดยพูดถึงข้อมูลอัปเดตล่าสุดสำหรับปี 2026 ทั้งราคาและประเภทของเลนส์โปรเกรสซีฟที่จะช่วยให้คุณมองเห็นได้คมชัดในทุกระยะอีกครั้ง
มีให้เลือกถึง 5 ระดับ ตั้งแต่ Standard ไปจนถึง Ultimate ซึ่งแต่ละแบบก็มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำและราคาที่คุ้มค่าจากแบรนด์ดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Shamir, Essilor, Hoya, Rodenstock, Zeiss และ Nikon เพื่อให้คุณเลือกเปรียบเทียบได้ง่าย ๆ ตามงบประมาณและความต้องการ
FAQ: คำถามที่พบบ่อย: เกี่ยวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ
Q1: ใส่เลนส์โปรเกรสซีฟแล้วเวียนหัวจริงไหม?
A: หากออกแบบไม่เหมาะสมหรือวัดไม่ละเอียด ปัญหานี้อาจเกิดได้ค่ะ แต่ถ้าตัวเลนส์ผ่านการออกแบบเฉพาะบุคคลอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นาน ฝึกฝนเป็นประจำ ก็สามารถปรับตัวได้ค่ะ
Q2: ต้องใช้เวลาปรับตัวนานแค่ไหน?
A: โดยทั่วไปประมาณ 3–14 วันค่ะ ขึ้นกับรุ่นเลนส์และพฤติกรรมการใช้งาน แต่หากไม่ดีขึ้น เวียนหัวแบบแก้ไม่ได้ แนะนำกลับไปที่ร้านตัดแว่นตา เพื่อให้ทางร้านเช็กแว่นและสายตาอย่างละเอียดอีกครั้ง
Q3: อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มใส่?
A: ส่วนใหญ่อยู่ที่ 40 ปีขึ้นไป แต่หากมีค่าสายตายาวไว ต้องการเพิ่มความสบายให้การมองเห็น อาจเริ่มเร็วกว่านั้นก็ได้เหมือนกันค่ะ
Q4: เลนส์โปรเกรสซีฟ ใช้ได้นานกี่ปี?
A: โดยเฉลี่ย 2–3 ปี หรือเมื่อค่าสายตาเริ่มเปลี่ยน มองเห็นไม่ชัดเจนเท่าช่วงแรก ก็สามารถเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ได้เช่นกัน
บทสรุป
ทั้งหมดนี้เป็นราคาเลนส์โปรเกรสซีฟ อัปเดตปี 2026 ที่หมออุ๊ยรวบรวมมาเป็นแนวทาง ให้กับคนที่กำลังอยากตัดเลนส์ หรือต้องการเปลี่ยนเลนส์ใหม่ แต่ถึงอย่างเลนส์โปรเกรสซีฟอาจไม่ใช่แค่เรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ คุณภาพการมองเห็นในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเลนส์ที่เหมาะสมจะช่วยให้มองเห็นสบาย ลดอาการปวดตา เวียนหัว และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เลนส์โปรเกรสซีฟไม่ใช่เลนส์ที่ซื้อแล้วใส่ได้เหมือนกันทุกคน จำเป็นต้องมีการประเมินทั้งค่าสายตา พฤติกรรมการใช้สายตา ลักษณะงาน และท่าทางการมอง เพื่อออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากที่สุด หากกำลังลังเลว่าจะตัดแว่นโปรเกรสซีฟที่ไหนดี ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก ให้บริการโดยจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดแว่นล พร้อมดูแลด้วยเครื่องมือที่แม่นยำในการออกแบบเลนส์เฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณได้เลนส์โปรเกรสซีฟที่ใส่สบาย คุ้มค่า และเหมาะกับสายตาจริง ๆ หากกำลังลังเล ไม่แน่ใจว่าเลนส์โปรเกรสซีฟแบบไหนเหมาะกับตัวเอง แนะนำให้เข้ามาปรึกษาก่อนตัดสินใจนะคะ
จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ

แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
- จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
- ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ
ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม
จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา - ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน
ก่อตั้งเป็น "ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist" เน้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล
ประวัติการศึกษา
- แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล
ปัจจุบัน
- อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
- ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Clinic และ Dr.Ouise Eye Specialist
- ทีมบริหาร ร้านแว่นตา the NEXT
สาขาของเรา

DR.OUISE EYE CLINIC
ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 92 ตำบลประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130
เวลาเปิดปิด: 10.0018.00 น.
โทร: 090-224-5168

DR.OUISE EYE SPECIALIST
ที่ตั้ง: ห้าง Fashion Island ชั้น 2 ห้องเลขที่ 2040B
เลขที่ 587,589,589/7-9 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 10230
เวลาเปิดปิด: 10.0022.00 น.
โทร: 095-386-6361
แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)



