รวมครบทุกเรื่องก่อนตัดสินใจ [อัปเดตปี 2026]
สวัสดีค่ะทุกคน หมออุ๊ย แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย เองนะคะ
พออายุเริ่มก้าวเข้าสู่ วัยเลข 4 หลายคนเริ่มมี สายตายาวตามวัย และอาจจะเริ่มหงุดหงิดที่มองอะไรใกล้ๆ ไม่ชัดเหมือนเดิม บางทีจะอ่านเมนูอาหารหรือดูข้อความในมือถือก็ต้องคอยยืดแขนออกไปจนสุดแขน หรือบางท่านอาจจะต้องพกแว่นหลายอัน ทั้งแว่นมองไกลและแว่นอ่านหนังสือสลับไปมาให้วุ่นวาย
หลายคนเลือกใช้ เลนส์สองชั้น (Bifocal) แบบสมัยก่อนที่มีรอยต่อครึ่งวงกลมชัดๆ ซึ่งนอกจากจะกะระยะยากแล้ว บางท่านยังกังวลว่าใส่แล้วจะทำให้ดูมีอายุ เสียความมั่นใจในบุคลิกภาพไปอีก
แต่รู้ไหมคะว่า... ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้แบบเนียนตาและสะดวกกว่ามาก นั่นก็คือ “เลนส์โปรเกรสซีฟ” (Progressive Lenses) ค่ะ
วันนี้หมอเลยขออาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเลนส์ชนิดนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าแว่นสายตาคู่ใหม่ที่คุณเลือก จะตอบโจทย์ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่าและสบายตาที่สุดค่ะ
ทำไมต้อง "เลนส์โปรเกรสซีฟ" ในวัย 40+?
ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ เลนส์โปรเกรสซีฟคือ เลนส์ไร้รอยต่อ ที่รวมทุกระยะการมองเห็นไว้ในแผ่นเดียวค่ะ:
จุดเด่นที่หมอชอบมากที่สุดคือ: หน้าเลนส์จะใสเรียบเนียนเหมือนแว่นสายตาปกติเลยค่ะ คนรอบข้างดูไม่ออกเลยว่าเราใส่แว่นสายตายาวอยู่ ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้เราดูดีและมั่นใจขึ้นมาก
เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) หรือที่หลายคนเรียกว่าเลนส์ไร้รอยต่อ เป็นเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาสายตายาวตามวัย (Presbyopia) โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เลนส์ชนิดนี้จะสามารถปรับค่าสายตาได้ต่อเนื่องตั้งแต่ระยะไกล ระยะกลาง ไปจนถึงระยะใกล้ โดยไม่จำเป็นต้องสลับแว่นหลายอัน ซึ่งการออกแบบเลนส์โปรเกรสซีฟจะใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อน ทำให้สามารถใส่ค่าสายตานับร้อยชิ้นไว้ในเลนส์ชิ้นเดียว เพื่อให้คุณมองเห็นชัดเจนในทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะดูหนัง ทำงาน อ่านหนังสือ หรือเล่นกีฬา พร้อมช่วยเสริมบุคลิกภาพ ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น เพราะไม่มีรอยต่อให้สังเกตเห็นเหมือนเลนส์สองชั้นแบบเก่ากวนใจ
การใช้งานเลนส์โปรเกรสซีฟให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเรียนรู้หัวใจสำคัญ นั่นคือ เรียนรู้วิธีการมองผ่านโซนต่าง ๆ ของเลนส์ ที่ช่วยให้การมองทุกระยะคมชัด เป็นธรรมชาติ และลดอาการมึนงงที่เป็นผลข้างเคียง
รู้เรื่อง "เลนส์โปรเกรสซีฟ" แบบกระจ่างคลิปเดียวจบใน 3 นาที | Good Eyes by หมออุ๊ย
ปัจจุบันแว่นตาโปรเกรสซีฟมีให้เลือกหลายแบบ โดยแบ่งตามเทคโนโลยีการผลิต และการออกแบบที่เฉพาะเจาะจงกับผู้ใช้งาน ซึ่งยิ่งเลนส์ออกแบบเฉพาะบุคคลมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งให้มุมมองกว้าง คมชัด และปรับตัวง่ายขึ้น โดยทั่วไปแล้วว่าแบ่งประเภทของเลนส์โปรเกรสซีฟได้ 3 แบบ คือ >>
เลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นมาตรฐาน (Conventional Progressive)
เป็นเลนส์แบบทั่วไป ที่ใช้โครงสร้างสำเร็จรูป ไม่ได้มีการปรับเฉพาะบุคคล เปรียบเหมือนการซื้อเสื้อผ้าไซส์ S, M, L ที่ใช้ขั้นตอนการผลิตแบบมาตรฐาน
เลนส์โปรเกรสซีฟฟรีฟอร์ม (Freeform Progressive)
ผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง (Freeform Technology) สามารถออกแบบและขัดเลนส์ได้อย่างละเอียด แม่นยำแบบจุดต่อจุด อีกทั้งยังให้มุมมองที่เป็นธรรมชาติ และกว้างกว่ารุ่นมาตรฐาน
เลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล (Customized / Individual Progressive)
เลนส์เฉพาะบุคคล จะใช้เทคโนโลยีฟรีฟอร์มร่วมกับข้อมูลสายตาและพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล เช่น ลักษณะกรอบแว่น ระยะห่างจากกระจกตา ไลฟ์สไตล์การทำงาน และโครงสร้างดวงตาแต่ละข้าง เพื่อมาออกแบบเลนส์เฉพาะคุณเพียงคนเดียว
หลายท่านมักจะถามหมอว่า "เราจำเป็นต้องใช้เลนส์โปรเกรสซีฟแล้วหรือยัง?" หรือ "ใครกันแน่ที่ใส่แล้วจะคุ้มที่สุด?"
จริงๆ แล้วเลนส์โปรเกรสซีฟไม่ได้เป็นแค่เรื่องของตัวเลขสถิติหรืออายุเท่านั้นค่ะ แต่เป็นเรื่องของ "คุณภาพชีวิตและการมองเห็น" วันนี้หมอเลยขอหยิบยก 4 กลุ่มบุคคลหลักที่เหมาะกับการใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ พร้อมเจาะลึกรายละเอียดเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และเพื่อนๆ เห็นภาพชัดขึ้นค่ะ
1. ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และเริ่มมีอาการ "สายตายาวตามวัย" (Presbyopia)
2. ผู้ที่ต้องทำกิจกรรมที่ใช้การมองเห็น "หลายระยะ" สลับไปมาตลอดวัน
3. ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย เสริมบุคลิกภาพ และไม่อยากพกแว่นหลายอัน
4. ผู้ที่ต้องการถนอมดวงตา และป้องกันความเสื่อมของสุขภาพตาในระยะยาว
1. สะดวกสบาย ใช้แว่นอันเดียวครบทุกระยะ : เลนส์โปรเกรสซีฟช่วยให้คุณมองเห็นได้ครบทุกระยะ ทั้งใกล้ กลาง และไกลในแว่นเดียว ไม่ต้องพกหรือสลับแว่นหลายอันให้ยุ่งยาก จึงตอบโจทย์ผู้ที่มีกิจกรรมหลากหลายในแต่ละวัน
2. มองเห็นคมชัดต่อเนื่องและลื่นไหล : ด้วยการออกแบบกำลังเลนส์ที่ไล่ระดับอย่างนุ่มนวล ทำให้การมองเห็นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีรอยต่อระหว่างระยะมองไกลกับมองใกล้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้สายตา
3. สวยงามและช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ : เพราะเลนส์ไม่มีรอยแบ่งเหมือนแว่นสองชั้น ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูเรียบหรูและเป็นธรรมชาติ สวมแล้วไม่ดูเป็นแว่นผู้สูงวัย จึงช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนวัยและมั่นใจมากขึ้น
4. มองเห็นนุ่มนวล ไม่มีภาพกระโดดเมื่อเปลี่ยนระยะ : โครงสร้างของเลนส์โปรเกรสซีฟถูกออกแบบให้เปลี่ยนกำลังเลนส์อย่างต่อเนื่อง ทำให้การมองเปลี่ยนระยะจากใกล้ไปไกลไม่เกิดอาการภาพกระโดดหรือเวียนหัว
1. ต้องปรับตัวในช่วงแรกประมาณ 1–2 สัปดาห์ : เนื่องจากเลนส์แต่ละส่วนให้กำลังสายตาต่างกัน อาจต้องใช้เวลาให้สมองและดวงตาคุ้นเคยกับโซนมองใหม่ ๆ
2. มีภาพบิดเบือนด้านข้าง (Peripheral Distortion) : ในบริเวณขอบเลนส์อาจเกิดความโค้งหรือบิดเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นลักษณะปกติของเลนส์ชนิดนี้ โดยเฉพาะรุ่นมาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้ต้องเรียนรู้ที่จะหันศีรษะมองแทนการชำเลืองด้วยสายตา
3. มุมมองระยะใกล้และกลางแคบกว่าแว่นอ่านหนังสือโดยเฉพาะ : หากผู้ใช้ต้องอ่านหนังสือหรือใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ควรเลือกเลนส์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการทำงานระยะใกล้ เช่น Office Lens หรือ Computer Lens
4. ราคาสูงกว่าเลนส์ทั่วไป : เนื่องจากเป็นเลนส์ที่ต้องผลิตเฉพาะบุคคล และใช้เทคโนโลยีซับซ้อนในการออกแบบ ทำให้มีราคาสูงกว่าเลนส์สายตาทั่วไป
เลนส์โปรเกรสซีฟ Essilor
เลนส์โปรเกรสซีฟ Hoya
เลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon
เลนส์โปรเกรสซีฟ Rodenstock
เลนส์โปรเกรสซีฟ Shamir
เลนส์โปรเกรสซีฟ Zeiss
การทดลองสวมเลนส์โปรเกรสซีฟก่อนตัดสินใจซื้อจริง ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเลนส์ที่เลือก เหมาะกับดวงตาและพฤติกรรมการใช้งาน เพราะการมองผ่านเลนส์โปรเกรสซีฟมีลักษณะเฉพาะตัวที่ต่างจากเลนส์ทั่วไป มีประโยชน์หลายข้อ ไม่ว่าจะเป็น
นอกจากนี้การทดลองเลนส์ล่วงหน้ายังช่วยลดความกังวล และทำให้มั่นใจได้ว่าเลนส์ที่เลือกจะตอบโจทย์การใช้งานจริงทั้งด้าน “ความชัด” และ “ความสบายตา” โดยที่ Dr.Ouise Eye Clinic มีเลนส์จริงให้คุณทดลอง เพื่อเพิ่มข้อมูลก่อนการตัดสินใจ
หลายคนอาจเคยเจอปัญหา “ตัดเลนส์โปรเกรสซีฟแล้วใส่ไม่ได้” ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ เช่น
หากต้องการกรอบทรงสปอร์ตหรือใช้สำหรับเล่นกีฬา ควรเลือกเลนส์แว่นตาสำหรับเล่นกีฬา เช่น Shamir หรือ Rodenstock ที่ออกแบบให้เข้ากับกรอบโค้งทุกทรง เพื่อให้การเล่นกีฬาราบรื่น และยังสามารถใช้งานเลนส์โปรเกรสซีฟ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"ชัดทุกระยะ... ไม่ต้องสลับแว่นให้วุ่นวาย กับเลนส์โปรเกรสซีฟที่ Dr.Ouise"
นอกจากการเลือกร้านแว่นตา ที่มีความสำคัญแล้ว การเตรียมตัวเองให้พร้อม ก่อนตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความแม่นยำให้กับการวัดสายตา
1. สำรวจพฤติกรรมการใช้สายตา
ก่อนตรวจวัดสายตา ควรสังเกตพฤติกรรมของตนเอง เช่น ใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือวันละกี่ชั่วโมง ต้องอ่านเอกสารใกล้บ่อยไหม หรือมีกิจกรรมกลางแจ้งและขับรถประจำหรือไม่ เพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบเลนส์ที่เหมาะกับการใช้งานจริง
2. พักสายตาก่อนตรวจวัด
ควรพักสายตาอย่างน้อย 15–30 นาที รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงการใช้มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือ เพื่อให้กล้ามเนื้อตาคลายตัว และได้ผลการวัดที่แม่นยำที่สุด
3. ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนตรวจวัดสายตา
หากใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ แนะนำว่าควรถอดคอนแทคเลนส์ล่วงหน้า เพื่อให้กระจกตาคืนรูปสู่สภาวะปกติ หากเป็นคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม ควรถอดก่อน 1 วัน หรืออย่างน้อย 30 นาที และชนิดแข็งหรือกึ่งแข็งควรถอดก่อน 1 สัปดาห์ก่อนตรวจ เพื่อการวัดค่าสายตาที่ถูกต้อง
4. นำแว่นคู่เดิมมาด้วย
หากมีแว่นที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้ว แนะนำว่าควรนำมาเพื่อเปรียบเทียบค่าสายตาเก่ากับปัจจุบัน และช่วยวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาการมองเห็น เช่น อาการมองไม่ชัดหรือเวียนหัวที่เคยเกิดขึ้น ว่าเกิดจากค่าสายตาหรือโครงสร้างเลนส์เดิมหรือไม่
5. เลือกกรอบแว่นให้พอดีกับใบหน้า
เพราะกรอบแว่นมีผลต่อประสิทธิภาพของเลนส์โปรเกรสซีฟโดยตรง กรอบที่ใหญ่หรือโค้งเกินไปอาจทำให้เกิดภาพบิดเบือนด้านข้าง (Distortion) ควรเลือกกรอบที่ขนาดพอดี ปรับดัดได้ง่าย และวางตำแหน่งเลนส์ตรงแนวสายตา
6. เตรียมเวลาให้เพียงพอในการตรวจ
การวัดสายตาเพื่อทำเลนส์โปรเกรสซีฟมีความละเอียดกว่าปกติ เพราะต้องตรวจทั้งระยะไกล กลาง ใกล้ รวมถึงวัดค่าระยะรูม่านตา (PD) และความสูงศูนย์กลางเลนส์ (Fitting Height) ดังนั้นควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ผลประเมินที่ครบถ้วน
7. สอบถามทุกข้อสงสัย
หากมีคำถามเกี่ยวกับเลนส์หรือวิธีใช้งาน ควรพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อให้เข้าใจวิธีใช้ที่ถูกต้องและมั่นใจเมื่อเริ่มใส่จริง
หากคุณมีปัญหาทางด้านสายตา ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (คลินิกตาหมออุ๊ย) ศูนย์เลนส์โปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก เราพร้อมดูแลด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักทัศนมาตรมืออาชีพ และทีมงานคุณภาพ ที่ให้ความสำคัญในการตัดแว่น ทั้งในเรื่องความแม่นยำ คุณภาพ และบริการหลังการขาย เพื่อให้คุณมองเห็นได้ชัดเจนและสบายตาที่สุดในทุกวัน
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องน่ารู้ของเลนส์โปรเกรสซีฟ ที่หมอรวบรวมมาบอกต่อ แน่นอนว่าการตัดแว่นตาโปรเกรสซีฟสักคู่ให้ได้คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงตัวเลนส์หรือกรอบเท่านั้น แต่ควรเริ่มต้นตั้งแต่การตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน และการประกอบที่แม่นยำ เพื่อให้ดวงตาได้รับการมองเห็นที่คมชัด สบายตา และช่วยตอบโจทย์ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ได้อย่างสะดวกสบาย
ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (คลินิกตาหมออุ๊ย) เราให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสุขภาพตาโดยจักษุแพทย์เฉพาะทาง การวัดค่าสายตาโดยนักทัศนมาตรมืออาชีพ ไปจนถึงการประกอบเลนส์ด้วยเครื่องมือมาตรฐานสากล เพื่อให้ทุกคู่ของแว่นเป็นเลนส์คุณภาพเฉพาะบุคคล ที่เหมาะสมกับดวงตาของคุณที่สุด เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะมีปัญหามองไกลไม่ชัด มองใกล้ลำบาก หรือเริ่มมีอาการล้าตาจากการใช้หน้าจอ เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างละเอียดค่ะ
แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อตรวจสุขภาพตา ได้ที่
โทร : 090-224-5168
Facebook : Dr.Ouise Eye Clinic
สาขาของเรา
📍 ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 92 ตำบลประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130
🕒 เวลาเปิด–ปิด: 10.00–18.00 น.
📞 โทร: 090-224-5168
📍 ที่ตั้ง: ห้าง Fashion Island ชั้น 2 ห้องเลขที่ 2040B
เลขที่ 587,589,589/7-9 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 10230
🕒 เวลาเปิด–ปิด: 10.00–22.00 น.
📞 โทร: 095-386-6361
บริการของเรา
โปรโมชั่นเเละเเพ็คเกจ