เลนส์โปรเกรสซีฟ คืออะไร?

รวมครบทุกเรื่องก่อนตัดสินใจ [อัปเดตปี 2026]

สวัสดีค่ะทุกคน หมออุ๊ย แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย เองนะคะ


พออายุเริ่มก้าวเข้าสู่ วัยเลข 4 หลายคนเริ่มมี สายตายาวตามวัย และอาจจะเริ่มหงุดหงิดที่มองอะไรใกล้ๆ ไม่ชัดเหมือนเดิม บางทีจะอ่านเมนูอาหารหรือดูข้อความในมือถือก็ต้องคอยยืดแขนออกไปจนสุดแขน หรือบางท่านอาจจะต้องพกแว่นหลายอัน ทั้งแว่นมองไกลและแว่นอ่านหนังสือสลับไปมาให้วุ่นวาย


หลายคนเลือกใช้ เลนส์สองชั้น (Bifocal) แบบสมัยก่อนที่มีรอยต่อครึ่งวงกลมชัดๆ ซึ่งนอกจากจะกะระยะยากแล้ว บางท่านยังกังวลว่าใส่แล้วจะทำให้ดูมีอายุ เสียความมั่นใจในบุคลิกภาพไปอีก


แต่รู้ไหมคะว่า... ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้แบบเนียนตาและสะดวกกว่ามาก นั่นก็คือ “เลนส์โปรเกรสซีฟ” (Progressive Lenses) ค่ะ


วันนี้หมอเลยขออาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเลนส์ชนิดนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าแว่นสายตาคู่ใหม่ที่คุณเลือก จะตอบโจทย์ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่าและสบายตาที่สุดค่ะ

เลนส์โปรเกรสซีฟ คืออะไร รวมครบทุกเรื่องก่อนตัดสินใจ อัปเดตปี 2026

หัวข้อที่หมออุ๊ยอยากเล่าให้ฟัง

ทำไมต้อง "เลนส์โปรเกรสซีฟ" ในวัย 40+?

ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ เลนส์โปรเกรสซีฟคือ เลนส์ไร้รอยต่อ ที่รวมทุกระยะการมองเห็นไว้ในแผ่นเดียวค่ะ:

  • มองไกล: ใช้ดูทีวี ขับรถ มองวิว
  • ระยะกลาง: ใช้มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแดชบอร์ดรถยนต์
  • ระยะใกล้: ใช้อ่านหนังสือ ดูมือถือ หรือตัดเล็บ

จุดเด่นที่หมอชอบมากที่สุดคือ: หน้าเลนส์จะใสเรียบเนียนเหมือนแว่นสายตาปกติเลยค่ะ คนรอบข้างดูไม่ออกเลยว่าเราใส่แว่นสายตายาวอยู่ ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้เราดูดีและมั่นใจขึ้นมาก

เลนส์โปรเกรสซีฟ คืออะไร?

เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) หรือที่หลายคนเรียกว่าเลนส์ไร้รอยต่อ เป็นเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาสายตายาวตามวัย (Presbyopia) โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เลนส์ชนิดนี้จะสามารถปรับค่าสายตาได้ต่อเนื่องตั้งแต่ระยะไกล ระยะกลาง ไปจนถึงระยะใกล้ โดยไม่จำเป็นต้องสลับแว่นหลายอัน ซึ่งการออกแบบเลนส์โปรเกรสซีฟจะใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อน ทำให้สามารถใส่ค่าสายตานับร้อยชิ้นไว้ในเลนส์ชิ้นเดียว เพื่อให้คุณมองเห็นชัดเจนในทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะดูหนัง ทำงาน อ่านหนังสือ หรือเล่นกีฬา พร้อมช่วยเสริมบุคลิกภาพ ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น เพราะไม่มีรอยต่อให้สังเกตเห็นเหมือนเลนส์สองชั้นแบบเก่ากวนใจ

หลักการทำงานของเลนส์โปรเกรสซีฟ

การใช้งานเลนส์โปรเกรสซีฟให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเรียนรู้หัวใจสำคัญ นั่นคือ เรียนรู้วิธีการมองผ่านโซนต่าง ๆ ของเลนส์ ที่ช่วยให้การมองทุกระยะคมชัด เป็นธรรมชาติ และลดอาการมึนงงที่เป็นผลข้างเคียง

  • ระยะไกล : เมื่อมองไปข้างหน้าตามปกติ สายตาจะมองตรงส่วนบนของเลนส์ ที่เป็นโซนของการมองไกลโดยเฉพาะ เช่น ขับรถ ดูทีวี มองวิว ฯลฯ
  • ระยะกลาง : เหลือบตาลงเล็กน้อย เพื่อให้ได้สายมองตรงโซนกลางของเลนส์ เพื่อเป็นการใช้สายตาในระยะยากลาง เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ หรือพูดคุยกับคนตรงข้าม ฯลฯ
  • ระยะใกล้ : ส่วนล่างสุดของเลนส์ เป็นโซนกำลังขยายสูงสุด หลักการง่าย ๆ คือเหลือบตาลงส่วนล่างของเลนส์ เพื่อมองระยะใกล้ เช่น อ่านหนังสือ ใช้สมาร์ทโฟน ฯลฯ

รู้เรื่อง "เลนส์โปรเกรสซีฟ" แบบกระจ่างคลิปเดียวจบใน 3 นาที | Good Eyes by หมออุ๊ย

เลนส์โปรเกรสซีฟมีกี่แบบ

ปัจจุบันแว่นตาโปรเกรสซีฟมีให้เลือกหลายแบบ โดยแบ่งตามเทคโนโลยีการผลิต และการออกแบบที่เฉพาะเจาะจงกับผู้ใช้งาน ซึ่งยิ่งเลนส์ออกแบบเฉพาะบุคคลมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งให้มุมมองกว้าง คมชัด และปรับตัวง่ายขึ้น โดยทั่วไปแล้วว่าแบ่งประเภทของเลนส์โปรเกรสซีฟได้ 3 แบบ คือ >>

เลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นมาตรฐาน (Conventional Progressive)

เป็นเลนส์แบบทั่วไป ที่ใช้โครงสร้างสำเร็จรูป ไม่ได้มีการปรับเฉพาะบุคคล เปรียบเหมือนการซื้อเสื้อผ้าไซส์ S, M, L ที่ใช้ขั้นตอนการผลิตแบบมาตรฐาน

  • ข้อดี: ราคาย่อมเยา เข้าถึงง่าย
  • ข้อจำกัด: มุมมองระยะกลางและใกล้ค่อนข้างแคบ มีภาพบิดเบี้ยวด้านข้าง (Distortion) ทำให้ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งานใหม่ ต้องใช้เวลาปรับตัวนานและมักหันศีรษะเพื่อมอง มากกว่าการกวาดสายตาที่เป็นวิธีที่ถูกต้อง

เลนส์โปรเกรสซีฟฟรีฟอร์ม (Freeform Progressive)

ผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง (Freeform Technology) สามารถออกแบบและขัดเลนส์ได้อย่างละเอียด แม่นยำแบบจุดต่อจุด อีกทั้งยังให้มุมมองที่เป็นธรรมชาติ และกว้างกว่ารุ่นมาตรฐาน

  • ข้อดี: มุมมองกว้างขึ้น ลดภาพบิดเบี้ยวด้านข้าง ปรับตัวง่ายและสบายตามากขึ้น
  • ข้อจำกัด: ราคาสูงกว่าเลนส์รุ่นมาตรฐาน

เลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล (Customized / Individual Progressive)

เลนส์เฉพาะบุคคล จะใช้เทคโนโลยีฟรีฟอร์มร่วมกับข้อมูลสายตาและพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล เช่น ลักษณะกรอบแว่น ระยะห่างจากกระจกตา ไลฟ์สไตล์การทำงาน และโครงสร้างดวงตาแต่ละข้าง เพื่อมาออกแบบเลนส์เฉพาะคุณเพียงคนเดียว

  • ข้อดี: ให้ประสิทธิภาพสูงสุด มุมมองกว้างและคมชัดในทุกระยะ ลดภาพบิดเบือนด้านข้างจนเหลือน้อยมาก ปรับตัวง่ายและเป็นธรรมชาติมากที่สุด
  • ข้อจำกัด: ราคาสูงที่สุดในบรรดาเลนส์โปรเกรสซีฟทั้งหมด

หลายท่านมักจะถามหมอว่า "เราจำเป็นต้องใช้เลนส์โปรเกรสซีฟแล้วหรือยัง?" หรือ "ใครกันแน่ที่ใส่แล้วจะคุ้มที่สุด?"


จริงๆ แล้วเลนส์โปรเกรสซีฟไม่ได้เป็นแค่เรื่องของตัวเลขสถิติหรืออายุเท่านั้นค่ะ แต่เป็นเรื่องของ "คุณภาพชีวิตและการมองเห็น" วันนี้หมอเลยขอหยิบยก 4 กลุ่มบุคคลหลักที่เหมาะกับการใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ พร้อมเจาะลึกรายละเอียดเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และเพื่อนๆ เห็นภาพชัดขึ้นค่ะ

ใครบ้างที่เหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟ? 

(ฉบับเจาะลึกโดย
หมออุ๊ย)

1. ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และเริ่มมีอาการ "สายตายาวตามวัย" (Presbyopia)

  • รายละเอียดเพิ่มเติม: เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงอายุนี้ เลนส์ตาธรรมชาติจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้การโฟกัสระยะใกล้ทำได้ยากขึ้น
  • ข้อมูลเชิงลึก: ในยุคปัจจุบัน หมอพบว่าบางรายมีภาวะนี้ "เร็วกว่าปกติ" (Pre-presbyopia) เนื่องจากการใช้หน้าจอดิจิทัลอย่างหนัก ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักจนแสดงอาการล้าและมองใกล้ไม่ชัดตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 40 ปีค่ะ

2. ผู้ที่ต้องทำกิจกรรมที่ใช้การมองเห็น "หลายระยะ" สลับไปมาตลอดวัน

  • รายละเอียดเพิ่มเติม: ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ (ระยะกลาง), การอ่านเอกสารหรือดูมือถือ (ระยะใกล้) หรือการขับรถ (ระยะไกล)
  • ข้อมูลเชิงลึก: ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ต้องการ Dynamic Vision หรือความสามารถในการเปลี่ยนโฟกัสที่ "ไร้รอยต่อ" เช่น ขณะขับรถที่คุณต้องมองถนน สลับกับมองหน้าปัดดิจิทัลและดู GPS เลนส์โปรเกรสซีฟจะช่วยให้การเปลี่ยนโฟกัสเหล่านี้นุ่มนวล ไม่สะดุด และไม่เกิดอาการภาพกระโดดเหมือนเลนส์สมัยก่อนค่ะ

3. ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย เสริมบุคลิกภาพ และไม่อยากพกแว่นหลายอัน

  • รายละเอียดเพิ่มเติม: หมดปัญหาการต้องพกแว่นสายตาสั้นอันหนึ่ง แว่นอ่านหนังสืออีกอันหนึ่ง แล้วคอยถอดสลับไปมาให้วุ่นวาย
  • ข้อมูลเชิงลึก: ในแง่บุคลิกภาพ เลนส์โปรเกรสซีฟจะไม่มี "รอยต่อ" หรือเส้นขีดกลางเลนส์เหมือนเลนส์สองชั้นแบบเก่า (Bifocal) ทำให้หน้าเลนส์ดูใสเรียบเนียน ช่วยให้ผู้สวมใส่ดูอ่อนเยาว์และมั่นใจมากขึ้น เพราะไม่ต้องใส่แว่นลดลงมาที่ปลายจมูกเพื่อมองข้ามเลนส์เวลาคุยกับคนอื่นค่ะ

4. ผู้ที่ต้องการถนอมดวงตา และป้องกันความเสื่อมของสุขภาพตาในระยะยาว

  • รายละเอียดเพิ่มเติม: ช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อตา ไม่ให้ต้องฝืนเพ่งตลอดเวลา
  • ข้อมูลเชิงลึก: การปล่อยให้ตาเพ่งเป็นเวลานานจะนำไปสู่ภาวะ "ตาล้าสะสม" (Eye Strain) ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดหัว ปวดกระบอกตา หรือปวดต้นคอ (Office Syndrome) การใช้เลนส์โปรเกรสซีฟที่มีโครงสร้างเหมาะสมจะช่วยให้กล้ามเนื้อตาทำงานได้อย่างผ่อนคลายที่สุด และเป็นการถนอมระบบการมองเห็นไม่ให้เสื่อมโทรมเร็วกว่าที่ควรค่ะ

ข้อดี – ข้อจำกัดของเลนส์โปรเกรสซีฟ ที่ควรรู้

ข้อดีของเลนส์โปรเกรสซีฟ

1. สะดวกสบาย ใช้แว่นอันเดียวครบทุกระยะ : เลนส์โปรเกรสซีฟช่วยให้คุณมองเห็นได้ครบทุกระยะ ทั้งใกล้ กลาง และไกลในแว่นเดียว ไม่ต้องพกหรือสลับแว่นหลายอันให้ยุ่งยาก จึงตอบโจทย์ผู้ที่มีกิจกรรมหลากหลายในแต่ละวัน

2. มองเห็นคมชัดต่อเนื่องและลื่นไหล : ด้วยการออกแบบกำลังเลนส์ที่ไล่ระดับอย่างนุ่มนวล ทำให้การมองเห็นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีรอยต่อระหว่างระยะมองไกลกับมองใกล้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้สายตา

3. สวยงามและช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ : เพราะเลนส์ไม่มีรอยแบ่งเหมือนแว่นสองชั้น ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูเรียบหรูและเป็นธรรมชาติ สวมแล้วไม่ดูเป็นแว่นผู้สูงวัย จึงช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนวัยและมั่นใจมากขึ้น

4. มองเห็นนุ่มนวล ไม่มีภาพกระโดดเมื่อเปลี่ยนระยะ : โครงสร้างของเลนส์โปรเกรสซีฟถูกออกแบบให้เปลี่ยนกำลังเลนส์อย่างต่อเนื่อง ทำให้การมองเปลี่ยนระยะจากใกล้ไปไกลไม่เกิดอาการภาพกระโดดหรือเวียนหัว

ข้อจำกัดของเลนส์โปรเกรสซีฟ

1. ต้องปรับตัวในช่วงแรกประมาณ 1–2 สัปดาห์ : เนื่องจากเลนส์แต่ละส่วนให้กำลังสายตาต่างกัน อาจต้องใช้เวลาให้สมองและดวงตาคุ้นเคยกับโซนมองใหม่ ๆ

2. มีภาพบิดเบือนด้านข้าง (Peripheral Distortion) : ในบริเวณขอบเลนส์อาจเกิดความโค้งหรือบิดเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นลักษณะปกติของเลนส์ชนิดนี้ โดยเฉพาะรุ่นมาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้ต้องเรียนรู้ที่จะหันศีรษะมองแทนการชำเลืองด้วยสายตา

3. มุมมองระยะใกล้และกลางแคบกว่าแว่นอ่านหนังสือโดยเฉพาะ : หากผู้ใช้ต้องอ่านหนังสือหรือใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ควรเลือกเลนส์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการทำงานระยะใกล้ เช่น Office Lens หรือ Computer Lens

4. ราคาสูงกว่าเลนส์ทั่วไป : เนื่องจากเป็นเลนส์ที่ต้องผลิตเฉพาะบุคคล และใช้เทคโนโลยีซับซ้อนในการออกแบบ ทำให้มีราคาสูงกว่าเลนส์สายตาทั่วไป

เลนส์โปรเกรสซีฟ ยี่ห้อไหนดี? แตกต่างกันอย่างไร

เลนส์โปรเกรสซีฟ Essilor

  • แบรนด์เลนส์จากฝรั่งเศส ถูกออกแบบมาเพื่อมอบมุมมองที่กว้างสุดถึง 90% ช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้างได้สูง และผสานระหว่างความนุ่มนวลและภาพชัดเจนในทุกระยะการมอง
  • จุดเด่น: มองเห็นภาพในมุมกว้างมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องใช้งานทุกรูปแบบ
  • ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ: 5,000.-

เลนส์โปรเกรสซีฟ Hoya

  • เป็นแบรนด์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นเรื่องความสบายตา มาพร้อมการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อการออกแบบเลนส์ (Soft Design) ชาวยเกลี่ยค่าสายตาให้รู้สึกนุ่มสบายที่สุด
  • จุดเด่น: ใส่แล้วรู้สึกสบายตามาก ปรับตัวง่าย เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป
  • ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ: 6,000.-

เลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon

  • อีกหนึ่งแบรนด์ญี่ปุ่น ที่เน้นให้ผู้ใช้งาน รู้สึกปรับตัวง่ายที่สุด โดยชูซอฟต์แวร์ที่ให้เลือกตามเลนส์ที่เคยใช้มาก่อน ให้ภาพที่เห็นคมชัด ปกป้องดวงตาจารังสีต่าง ๆ ให้มุมมองภาพกว้าง และออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • จุดเด่น: เหมาะสำหรับผู้เริ่มใช้เลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรก เน้นการใช้งานที่ปรับตัวง่าย
  • ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ: 6,000.-

เลนส์โปรเกรสซีฟ Rodenstock

  • แบรนด์คุณภาพสูงจากเยอรมนี ที่ใช้เทคโนโลยี Wavefront (ซึ่งใช้ในเครื่อง LASIK) นำมาขัดเลนส์ และยังเป็นเลนส์เฉพาะบุคคลที่ขัดใหม่สำหรับแต่ละคู่ เพื่อให้ได้เลนส์คุณภาพสูง ดีต่อสุขภาพสายตา
  • จุดเด่น: มีความคมชัดมาก เหมาะกับผู้ที่เน้นงานคุณภาพสูง มองภาพใกล้-กลาง-ไกลได้ครบถ้วนพร้อมรายละเอียดเลนส์สูง
  • ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ: 6,990.-

เลนส์โปรเกรสซีฟ Shamir

  • แบรนด์นวัตกรรมที่ให้แบบไม่มีข้อจำกัด ในการเลือกกรอบแว่น ไม่ว่าจะเลือกกรอบทรงไหนก็สามารถใช้เลนส์โปรเกรสซีฟของ Shamir ได้ โดยเฉพาะกรอบทรงสปอร์ตสำหรับเล่นกีฬา
  • จุดเด่น: อิสระในการเลือกกรอบ เหมาะกับผู้ที่ชอบดีไซน์หรือกรอบแว่นพิเศษ
  • ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ: 3,900.-

เลนส์โปรเกรสซีฟ Zeiss

  • เลนส์สัญชาติเยอรมนี ที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตเลนส์แว่นตาและอุปกรณ์ออพติคัลระดับโลก ตัวเลนส์จะมีความใสสูงมาก เมื่อสวมแล้วให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่แว่น และมองภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติในทุกระยะ
  • จุดเด่น: ให้ภาพใส เป็นธรรมชาติ ตัวเลนส์มีความเรียบหรู เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความใส และการมองแบบธรรมชาติโดยเฉพาะ
  • ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ: 9,000.-

ทำไมควร “ลองเลนส์โปรเกรสซีฟ” ก่อนตัดสินใจ

การทดลองสวมเลนส์โปรเกรสซีฟก่อนตัดสินใจซื้อจริง ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเลนส์ที่เลือก เหมาะกับดวงตาและพฤติกรรมการใช้งาน เพราะการมองผ่านเลนส์โปรเกรสซีฟมีลักษณะเฉพาะตัวที่ต่างจากเลนส์ทั่วไป มีประโยชน์หลายข้อ ไม่ว่าจะเป็น

นอกจากนี้การทดลองเลนส์ล่วงหน้ายังช่วยลดความกังวล และทำให้มั่นใจได้ว่าเลนส์ที่เลือกจะตอบโจทย์การใช้งานจริงทั้งด้าน “ความชัด” และ “ความสบายตา” โดยที่ Dr.Ouise Eye Clinic มีเลนส์จริงให้คุณทดลอง เพื่อเพิ่มข้อมูลก่อนการตัดสินใจ

ทำไมบางคนซื้อเลนส์โปรเกรสซีฟแล้วใส่ไม่ได้?

หลายคนอาจเคยเจอปัญหา “ตัดเลนส์โปรเกรสซีฟแล้วใส่ไม่ได้” ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ เช่น

  1. ค่าพารามิเตอร์ไม่ตรงกับดวงตาและกรอบแว่น ไม่ว่าจะเป็น การวัดค่าระยะรูม่านตา (PD), ความสูงของศูนย์กลางเลนส์ หรือองศาการวางเลนส์ หากไม่แม่นยำจะทำให้โซนการมองเหลื่อมจากตำแหน่งจริง ส่งผลให้มองภาพไม่ชัดหรือเวียนหัวได้
  2. ผู้ใช้ยังไม่คุ้นเคยกับการมองผ่านโซนต่าง ๆ เพราะเลนส์โปรเกรสซีฟต้องใช้วิธีการเหลือบตมากกว่าการขยับศีรษะ หากมองผิดวิธีก็จะรู้สึกไม่สบายตา ดังนั้นการปรับตัวใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ และค่อย ๆ เรียนรู้ จึงเป็นสิ่งสำคัญ
  3. กรอบแว่นไม่เหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟ กรอบที่โค้งมากหรือมีพื้นที่แนวตั้งแคบเกินไป จะทำให้เลนส์จัดวางโซนมองได้ไม่ครบ ดังนั้นจึงควรเลือกกรอบที่เหมาะสม และสามารถปรับแกนสายตาได้แม่นยำ เพื่อเป็นผลดีต่อการใช้งานในระยะยาว

เลือกกรอบแว่นแบบไหนให้เหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟ

  • กรอบควรมีความสูงเพียงพอ เพื่อรองรับพื้นที่การมองทั้งหมด ทั้งโซนมองไกล กลาง และใกล้
  • ความโค้งของกรอบไม่มากเกินไป เพื่อให้เลนส์จัดสมดุลได้ดี
  • เลือกกรอบที่มั่นคงและปรับได้ละเอียด โดยเฉพาะบริเวณขาแว่นและดั้งจมูก

หากต้องการกรอบทรงสปอร์ตหรือใช้สำหรับเล่นกีฬา ควรเลือกเลนส์แว่นตาสำหรับเล่นกีฬา เช่น Shamir หรือ Rodenstock ที่ออกแบบให้เข้ากับกรอบโค้งทุกทรง เพื่อให้การเล่นกีฬาราบรื่น และยังสามารถใช้งานเลนส์โปรเกรสซีฟ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับปรับตัวให้ชินกับเลนส์โปรเกรสซีฟ

  • เริ่มต้นใช้งานในกิจกรรมที่คุ้นเคย เช่น อ่านหนังสือหรือดูทีวี
  • หลีกเลี่ยงการก้มและเงยศีรษะมากเกินไป
  • ฝึก “เหลือบตา” ผ่านโซนกลางและล่างของเลนส์ แทนการขยับศีรษะ
  • ให้เวลาสมองและดวงตาปรับตัวประมาณ 1–2 สัปดาห์ แล้วคุณจะรู้สึกเป็นธรรมชาติขึ้นเรื่อย ๆ

วิธีเลือกร้านตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ

  • แนะนำเลือกตัดในร้านแว่นตาโดยจักษุแพทย์ มีนักทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญ ที่คอยให้คำแนะนำ และตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด
  • ตรวจครบทั้งระยะไกล กลาง และใกล้ พร้อมวิเคราะห์ลักษณะการใช้สายตาในชีวิตจริง
  • มีเครื่องมือวัดและระบบปรับเลนส์ที่ทันสมัย เพื่อให้ค่าพารามิเตอร์แม่นยำที่สุด
  • มีบริการทดลองเลนส์โปรเกรสซีฟก่อนตัดจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเลนส์ที่เลือกเหมาะกับคุณที่สุด

"ชัดทุกระยะ... ไม่ต้องสลับแว่นให้วุ่นวาย กับเลนส์โปรเกรสซีฟที่ Dr.Ouise"

วิธีเตรียมตัวก่อนตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ

นอกจากการเลือกร้านแว่นตา ที่มีความสำคัญแล้ว การเตรียมตัวเองให้พร้อม ก่อนตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความแม่นยำให้กับการวัดสายตา

1. สำรวจพฤติกรรมการใช้สายตา

ก่อนตรวจวัดสายตา ควรสังเกตพฤติกรรมของตนเอง เช่น ใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือวันละกี่ชั่วโมง ต้องอ่านเอกสารใกล้บ่อยไหม หรือมีกิจกรรมกลางแจ้งและขับรถประจำหรือไม่ เพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบเลนส์ที่เหมาะกับการใช้งานจริง


2. พักสายตาก่อนตรวจวัด

ควรพักสายตาอย่างน้อย 15–30 นาที รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงการใช้มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือ เพื่อให้กล้ามเนื้อตาคลายตัว และได้ผลการวัดที่แม่นยำที่สุด


3. ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนตรวจวัดสายตา

หากใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ แนะนำว่าควรถอดคอนแทคเลนส์ล่วงหน้า เพื่อให้กระจกตาคืนรูปสู่สภาวะปกติ หากเป็นคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม ควรถอดก่อน 1 วัน หรืออย่างน้อย 30 นาที และชนิดแข็งหรือกึ่งแข็งควรถอดก่อน 1 สัปดาห์ก่อนตรวจ เพื่อการวัดค่าสายตาที่ถูกต้อง


4. นำแว่นคู่เดิมมาด้วย

หากมีแว่นที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้ว แนะนำว่าควรนำมาเพื่อเปรียบเทียบค่าสายตาเก่ากับปัจจุบัน และช่วยวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาการมองเห็น เช่น อาการมองไม่ชัดหรือเวียนหัวที่เคยเกิดขึ้น ว่าเกิดจากค่าสายตาหรือโครงสร้างเลนส์เดิมหรือไม่


5. เลือกกรอบแว่นให้พอดีกับใบหน้า

เพราะกรอบแว่นมีผลต่อประสิทธิภาพของเลนส์โปรเกรสซีฟโดยตรง กรอบที่ใหญ่หรือโค้งเกินไปอาจทำให้เกิดภาพบิดเบือนด้านข้าง (Distortion) ควรเลือกกรอบที่ขนาดพอดี ปรับดัดได้ง่าย และวางตำแหน่งเลนส์ตรงแนวสายตา


6. เตรียมเวลาให้เพียงพอในการตรวจ

การวัดสายตาเพื่อทำเลนส์โปรเกรสซีฟมีความละเอียดกว่าปกติ เพราะต้องตรวจทั้งระยะไกล กลาง ใกล้ รวมถึงวัดค่าระยะรูม่านตา (PD) และความสูงศูนย์กลางเลนส์ (Fitting Height) ดังนั้นควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ผลประเมินที่ครบถ้วน


7. สอบถามทุกข้อสงสัย

หากมีคำถามเกี่ยวกับเลนส์หรือวิธีใช้งาน ควรพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อให้เข้าใจวิธีใช้ที่ถูกต้องและมั่นใจเมื่อเริ่มใส่จริง

ทำไมหลายคน เลือกตัดเลนส์โปรเกรสซีฟที่คลินิกตาหมออุ๊ย

หากคุณมีปัญหาทางด้านสายตา ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (คลินิกตาหมออุ๊ย) ศูนย์เลนส์โปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก เราพร้อมดูแลด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักทัศนมาตรมืออาชีพ และทีมงานคุณภาพ ที่ให้ความสำคัญในการตัดแว่น ทั้งในเรื่องความแม่นยำ คุณภาพ และบริการหลังการขาย เพื่อให้คุณมองเห็นได้ชัดเจนและสบายตาที่สุดในทุกวัน

นำทีมโดย “คุณหมออุ๊ย”

  • คุณหมออุ๊ย จักษุแพทย์เฉพาะทางกระจกตาและการแก้ไขค่าสายตา จากโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยความหลงใหลด้านแว่นตาและประสบการณ์จากธุรกิจครอบครัว ทำให้หมออุ๊ยเชี่ยวชาญด้านเลนส์โปรเกรสซีฟและเลนส์เฉพาะบุคคลเป็นพิเศษ และก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Clinic เพื่อส่งต่อสุขภาพตาที่ดีให้กับทุกคน

ตรวจสุขภาพตาโดยนักทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญ

  • เริ่มจากการตรวจสุขภาพตาและวัดสายตาอย่างละเอียด เพื่อหาค่ากำลังเลนส์ที่เหมาะสมกับสภาพดวงตาเฉพาะบุคคล

วัดตำแหน่งดวงตาด้วยระบบดิจิทัล

  • ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการวัดตำแหน่งเซนเตอร์ของดวงตา เพื่อให้การวางเลนส์ตรงจุดพอดี มอบความคมชัดและสบายตาที่สุด

ตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อตา

  • ตรวจการทำงานร่วมกันของดวงตาทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันปัญหาปวดตา เห็นภาพซ้อน หรือมึนศีรษะ จากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อตา

ฝนเลนส์ด้วยเครื่องมาตรฐานสากล

  • เลนส์ทุกคู่ที่ร้านหมออุ๊ย ผ่านการฝนด้วยเครื่องมือระดับสากล เพื่อให้ขอบเลนส์เรียบเนียน ประกอบแนบสนิทกับกรอบ สวยงาม ทนทาน และมีประสิทธิภาพ

ปรึกษาจักษุแพทย์ได้โดยตรง

  • สามารถปรึกษาคุณหมออุ๊ยโดยตรงผ่าน Line เพื่อสอบถามปัญหาสุขภาพตา หรือขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้อย่างอุ่นใจ

การันตีคุณภาพและบริการหลังการขาย

  • มั่นใจในคุณภาพของเลนส์ทุกคู่ มาพร้อมการรับประกันการใช้งานจริง และบริการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ

เลนส์โปรเกรสซีฟต่างจากเลนส์สองชั้นยังไง?
เลนส์โปรเกรสซีฟ จะไล่ระดับกำลังสายตาอย่างต่อเนื่องจากบนลงล่าง ทำให้มองเห็นได้ทุกระยะอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีเส้นแบ่งกลางเลนส์เหมือนเลนส์สองชั้น จึงดูสวยงามกว่า และช่วยให้การปรับสายตาเป็นไปอย่างนุ่มนวล
ใช้เวลานานแค่ไหน กว่าจะปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟได้?
ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการปรับตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและพฤติกรรมของแต่ละคน แต่หากเลือกเลนส์ที่ออกแบบเฉพาะบุคคลและวัดค่าสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ปรับตัวได้เร็วขึ้น และมองเห็นได้สบายตากว่า
ทำไมเลนส์โปรเกรสซีฟถึงมีราคาสูงกว่าเลนส์ทั่วไป?
เพราะราคาของเลนส์โปรเกรสซีฟขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีการออกแบบเลนส์ที่แม่นยำกว่า การเคลือบผิวเลนส์ (Coating) ระดับความละเอียดของการวัดสายตาและการประกอบแว่น ฯลฯ และยิ่งเป็นเลนส์ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีระดับสูง ราคาก็จะสูงขึ้น แต่ก็มักให้ความสบายตา และความคมชัดที่ดีกว่าเช่นกัน เหมาะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
เลนส์โปรเกรสซีฟ ช่วยลดอาการปวดตาหรือมึนศีรษะได้ไหม?
ได้ค่ะ หากอาการดังกล่าวเกิดจากการใช้แว่นที่ไม่ตรงค่าสายตา หรือมีการโฟกัสใกล้ไกลบ่อย ๆ เลนส์โปรเกรสซีฟที่ออกแบบและวัดค่าอย่างละเอียด สามารถช่วยลดอาการล้าตา ปวดตา และเวียนศีรษะได้มาก แต่ถ้าใส่แล้วมีอาการต่อเนื่อง แนะนำว่าควรกลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็กอีกครั้ง เพื่อปรับเลนส์ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานมากขึ้น
ดูแลเลนส์โปรเกรสซีฟอย่างไรให้ใช้งานได้นาน?
ควรทำความสะอาดเลนส์ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ และใช้น้ำยาเช็ดเลนส์ที่เหมาะสม รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษทิชชู่หรือเสื้อเช็ด เพราะอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ และควรเก็บแว่นในกล่องทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน หลีกเลี่ยงการวางในที่อุณหภูมิสูง เช่น รถยนต์ที่จอดตากแดด เพราะอาจทำให้เคลือบผิวเลนส์เสื่อมเร็วขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องน่ารู้ของเลนส์โปรเกรสซีฟ ที่หมอรวบรวมมาบอกต่อ แน่นอนว่าการตัดแว่นตาโปรเกรสซีฟสักคู่ให้ได้คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงตัวเลนส์หรือกรอบเท่านั้น แต่ควรเริ่มต้นตั้งแต่การตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน และการประกอบที่แม่นยำ เพื่อให้ดวงตาได้รับการมองเห็นที่คมชัด สบายตา และช่วยตอบโจทย์ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ได้อย่างสะดวกสบาย


ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (คลินิกตาหมออุ๊ย) เราให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสุขภาพตาโดยจักษุแพทย์เฉพาะทาง การวัดค่าสายตาโดยนักทัศนมาตรมืออาชีพ ไปจนถึงการประกอบเลนส์ด้วยเครื่องมือมาตรฐานสากล เพื่อให้ทุกคู่ของแว่นเป็นเลนส์คุณภาพเฉพาะบุคคล ที่เหมาะสมกับดวงตาของคุณที่สุด เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะมีปัญหามองไกลไม่ชัด มองใกล้ลำบาก หรือเริ่มมีอาการล้าตาจากการใช้หน้าจอ เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างละเอียดค่ะ

ผู้เขียนบทความโดย

แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ

แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

  • จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
  • ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ
    ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม
    จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา
  • ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน
    ก่อตั้งเป็น “ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist" เน้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล"

    ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล

    ปัจจุบัน

  • อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Clinic และ Dr.Ouise Eye Specialist
  • ทีมบริหาร ร้านแว่นตา the NEXT

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อตรวจสุขภาพตา ได้ที่

โทร : 090-224-5168

Facebook : Dr.Ouise Eye Clinic

สาขาของเรา

Dr.Ouise Eye Clinic

DR.OUISE EYE CLINIC

📍 ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 92 ตำบลประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130

🕒 เวลาเปิด–ปิด: 10.00–18.00 น.

📞 โทร: 090-224-5168

Dr.Ouise Eye Specialist Fashion Island

DR.OUISE EYE SPECIALIST

📍 ที่ตั้ง: ห้าง Fashion Island ชั้น 2 ห้องเลขที่ 2040B
เลขที่ 587,589,589/7-9 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 10230

🕒 เวลาเปิด–ปิด: 10.00–22.00 น.

📞 โทร: 095-386-6361

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy