แชร์

9 คำถามยอดฮิต ของคนที่อยากใส่เลนส์โปรเกรสซีฟ

noimageauthor แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
อัพเดทล่าสุด: 9 ม.ค. 2026
20 ผู้เข้าชม

9 คำถามยอดฮิต ของคนที่อยากใส่เลนส์โปรเกรสซีฟ

 

สวัสดีค่ะทุกคน หมออุ๊ย แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย เองนะคะ

ช่วงหลังมานี้ หมอเจอคนไข้หลายท่านเดินเข้ามาปรึกษาด้วยประโยคที่คล้ายกันมากเลยค่ะ เช่น "หมอคะ ทำไมเดี๋ยวนี้ต้องยืดแขนจนสุดถึงจะอ่านข้อความในมือถือชัด" หรือบางคนก็บ่นว่า "เพ่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ แล้วเริ่มปวดตา ปวดหัวไปหมด"

ถ้าใครที่กำลังเจอเหตุการณ์แบบนี้ และก้าวเข้าสู่ วัย 40+ หมออยากบอกว่า "ไม่ต้องตกใจไปนะคะ" นี่ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง แต่เป็นสัญญาณเตือนตามธรรมชาติว่าดวงตาของเรากำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ สายตายาวตามวัย (Presbyopia) ซึ่งเกิดจากระบบโฟกัสของดวงตาเริ่มเสื่อมถอยลงตามอายุค่ะ

วันนี้หมอเลยตั้งใจสรุปเนื้อหาและรวบรวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lenses) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามาช่วยให้ชีวิตในวัย 40 ของเราง่ายขึ้น กลับมามองชัดทุกระยะโดยไม่ต้องพกแว่นหลายอันมาฝากกันค่ะ

 

 

หัวข้อที่ หมออุ๊ย อยากเล่าให้ฟัง

 


เลนส์โปรเกรสซีฟ คืออะไร?

 

  แว่นตาโปรเกรสซีฟ คือเลนส์แว่นตาหลายชั้นไร้รอยต่อ ที่รวมค่าสายตามองไกล มองกลาง และมองใกล้ ไว้ในเลนส์แผ่นเดียว โดยกำลังเลนส์จะมีการไล่ระดับ จากส่วนบนไปส่วนล่างของเลนส์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งต่างจากเลนส์สองชั้นแบบเดิมที่มี “รอยต่อ” ทำให้มองเห็นเหมือนขั้นบันได ไม่ลื่นไหล ไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นเลนส์โปรเกรสซีฟจึงทำให้ผู้สวมใส่สามารถมองได้ชัดทุกระยะ โดยไม่ต้องถอดแว่นเข้าออก หรือพกหลายอันให้ยุ่งยาก ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวก และเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ

 

 

  

 

เลนส์โปรเกรสซีฟเหมาะกับใคร?

 

เลนส์โปรเกรสซีฟเหมาะกับใคร โดยปกติแล้วเป็นเลนส์ที่เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปค่ะ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น “สายตายาวตามวัย” (Presbyopia) จะเริ่มเกิดขึ้นตามธรรมชาติ สาเหตุเกิดจาก

  • กล้ามเนื้อตามัดเล็ก (Ciliary muscle) เสื่อมลงตามอายุ
  • เลนส์ตามีความแข็งตัวมากขึ้น ทำให้ตาไม่สามารถปรับกำลังเลนส์เพื่อโฟกัสระยะใกล้ได้ดีเหมือนเดิม

แม้จะเป็นคนที่สายตาสั้น สายตาเอียง หรือสายตายาวอยู่ก่อนแล้ว พอเข้าวัย 40 ก็จะมี 2 ค่าสายตาเกิดขึ้น คือค่าสายตามองไกล และค่าสายตามองใกล้ (ที่เริ่มพร่ามัว) ดังนั้น เลนส์โปรเกรสซีฟจึงเป็นคำตอบ สำหรับผู้ที่ต้องมองหลายระยะในชีวิตประจำวันค่ะ

  

 

 
 
3 สัญญาณ! ที่บอกว่าคุณควรเริ่มมองหาเลนส์โปรเกรสซีฟ
  • ต้องยืดแขนอ่านหนังสือ: เริ่มมองใกล้ไม่ชัด ต้องขยับวัตถุออกห่างจากตัว
  • ตาล้าได้ง่าย: ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ได้ไม่นานก็รู้สึกหนักตา หรือมีอาการปวดหัวร่วมด้วย
  • แสงสว่างไม่พอ: รู้สึกว่าต้องใช้แสงสว่างมากขึ้นกว่าปกติถึงจะมองเห็นตัวหนังสือเล็กๆ ได้ชัด

 

 

 

  

ทำไมเราควรใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ?

 

เมื่อเราเริ่มมองใกล้ไม่ชัด บางรายเห็นภาพซ้อน ต้องยืดแขนออกเพื่ออ่านหนังสือ มีอาการปวดตา ปวดตาขมับ หรือปวดหัวจากการเพ่ง เลนส์โปรเกรสซีฟจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ลดความลำบากในการต้องสลับใส่แว่นหลายอัน เช่น แว่นมองไกล 1 อัน แว่นอ่านหนังสืออีก 1 อัน หรือรำคาญที่ต้องถอดแว่นเข้าออกตลอดวัน จนทำให้เสียบุคลิกภาพ เรียกได้ว่า สะดวก ดูดี และตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกระยะค่ะ

 

 

 

 

เคล็ดลับการเลือกจากหมออุ๊ย

การตัดเลนส์โปรเกรสซีฟไม่ใช่แค่การวัดค่าสายตาแล้วจบไปนะคะ แต่มันคือ "งานฝีมือเฉพาะบุคคล" ค่ะ เพราะต้องอาศัยทั้ง :

  1. การตรวจสุขภาพตาโดยละเอียด
  2. การวัดพารามิเตอร์บนใบหน้าอย่างแม่นยำ
  3. การเลือกโครงสร้างเลนส์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ (เช่น บางคนเน้นคอมพิวเตอร์ บางคนเน้นขับรถ)

 

"เพราะดวงตาแต่ละคู่มีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกัน เลนส์ที่เหมาะกับเพื่อนเรา อาจจะไม่ใช่เลนส์ที่เหมาะกับเราที่สุดค่ะ"

 

 

 
เริ่มต้นสุขภาพตาที่ดี เริ่มที่ Dr.Ouise Eye Clinic

   

 

ทำไมเลนส์โปรเกรสซีฟดีๆ ถึงราคาสูง?

 

โดยทั่วไป หลายคนเมื่ออยากจะตัดแว่น มักมีคำถามว่าควรเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี เพื่อให้ได้ราคาที่ตอบโจทย์กับงบประมาณ และความต้องการ ซึ่งราคาของเลนส์โปรเกรสซีฟมักขึ้นอยู่กับ “โครงสร้างของเลนส์” เป็นหลัก ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับใหญ่ ๆ ดังนี้

 

1. โครงสร้างสำเร็จรูป (Conventional / Molded Design)

เป็นเลนส์โปรเกรสซีฟผลิตจาก “แม่พิมพ์สำเร็จรูป” คือการใช้วิธีขัดเลนส์ด้วยหัวขัดขนาดใหญ่ ทำให้ผลิตได้ปริมาณมาก รวมเร็ว และมีราคาย่อมเยา แต่ทั้งนี้ก็มาพร้อมข้อจำกัดค่ะ ไม่ว่าจะเป็น 

  • ความละเอียดของค่ากำลังไม่สูง
  • โซนมองชัดตรงกลางแคบ
  • ภาพบิดเบือนด้านข้างมาก
  • ต้องปรับตัวและหันหน้าช่วยเวลามอง 

เหมาะกับงบจำกัด แต่คุณภาพและความสบายจะน้อยที่สุดค่ะ 

 

2. โครงสร้างฟรีฟอร์ม (Freeform Technology)

เป็นเทคโนโลยีที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถออกแบบโครงสร้างเลนส์ได้หลากหลาย ทำให้ได้มุมมองที่กว้างขึ้น รองรับค่าสายตาที่ซับซ้อนได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องมี “แม่พิมพ์” นอกจากนี้เลนส์ยังผลิตแบบคู่ต่อคู่ โดยการนำค่าสายตาของผู้ใช้งานไปคำนวณ ช่วยให้ได้โซนมองชัดกว้างกว่า ลดความบิดเบือนด้านข้าง ดังนั้นราคาจะสูงกว่าแบบสำเร็จรูป แต่คุณภาพดีขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ

 

3. โครงสร้างเฉพาะบุคคล (Individualized / Personalized Design)

เป็นเทคโนโลยีที่สูงที่สุดในปัจจุบัน ออกแบบรายบุคคล ผ่านการใช้ข้อมูลเฉพาะของผู้สวมใส่ เช่น ขนาดรูม่านตา ท่าทางการใช้งานจริง ค่าพารามิเตอร์ของกรอบ ระยะห่างตา พฤติกรรมการมอง ฯลฯ ทำให้เลนส์ที่ได้ “พอดีกับดวงตาคนนั้นจริง ๆ” ให้ความคมชัดสูงสุด ธรรมชาติที่สุด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพสูง ลดอาการเวียนหัว และต้องการปรับตัวเร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ก็ต้องควบคู่กับการใช้เครื่องมือ และผู้ตรวจสอบที่มีความแม่นยำ ในเรื่องของการวัดพารามิเตอร์ พร้อมจ่ายเลนส์ที่เหมาะสมกับผู้สวมใส่ ดังนั้นราคาจึงสูงกว่าเลนส์ประเภทอื่น แต่แลกมากับประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดค่ะ

 

 

 

 

 

 

ทำไมบางรายใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ แล้วปรับตัวนาน?

 

ก่อนอื่นหมอต้องบอกก่อนว่า การปรับตัวใช้เลนส์โปรเกรสซีฟขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ค่าสายตาจริง ความซับซ้อนของค่าสายตา โครงสร้างเลนส์ที่เลือก ฯลฯ หากค่าสายตาสั้น/ยาวมาก หรือมีค่าสายตาเอียงสูง แม้จะใส่โครงสร้างฟรีฟอร์ม โซนมองชัดกลางก็อาจแคบลงเพราะต้องไล่ค่าสายตาจำนวนมาก ส่งผลให้ภาพบิดเบือนด้านข้างเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ต้องหันหน้ามากขึ้น เกิดอาการเวียนหัว หรือปรับตัวช้ากว่าปกติ โดยวิธีแก้คือเลือกโครงสร้างที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความกว้างของโซนมองชัด ลดความเอียงของภาพ และช่วยให้ปรับตัวได้เร็วขึ้นค่ะ

 

 

หากปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟไม่ได้ ควรทำอย่างไร?

 

ตัดเลนส์โปรเกรสซีฟแล้วใส่ไม่ได้ หากเคยมีปัญหาเหล่านี้ หมอจะแนะนำให้ตรวจใหม่อย่างละเอียด ประเมินโครงสร้างเลนส์ที่เหมาะสม พร้อมประเมินกรอบแว่นที่ใช้งานอยู่ ว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด และที่ร้านแว่นโดยจักษุแพทย์ของเรา ยังพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการฝึกใช้งานอย่างถูกวิธี เช่น การหันหน้าแทนการกรอกตา การมองผ่านโซนต่าง ๆ ของเลนส์ และให้การดูแลตลอดการใช้งาน หากสั่งตัดแว่นแล้วได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตอบโจทย์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับแว่นที่ตรงตามความต้องการจริง ๆ

 

 

ข้อจำกัดของเลนส์โปรเกรสซีฟ

 

  • ราคาสูง เมื่อเทียบกับเลนส์ทั่วไป

  • ไม่เหมาะกับการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนาน ๆ หรือการใช้งานที่มากกว่า 5 ชั่วโมง/วัน เพราะเป็นระยะกลาง ต้องเงยหน้าเพื่อมองชัด เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจทำให้ปวดคอ บ่า ไหล่ได้ แนะนำให้ใช้งานหน้าจอที่ต่ำลงมา หรือปรับเก้าอี้ให้สูงขึ้น เพื่อการใช้งานที่สะดวกขึ้น

  • ต้องใช้เวลาเรียนรู้และปรับตัว โดยเฉพาะช่วงแรก ควรฝึกหาจุดโฟกัสใกล้ก่อน แล้วค่อยเริ่มใช้เดินหรือขับรถภายหลัง

 

สามารถใช้เลนส์โปรเกรสซีฟของคนอื่นได้ไหม?

 

คำตอบคือ “ไม่ได้ค่ะ” เพราะเลนส์โปรเกรสซีฟถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคล ทำให้ค่าสายตาที่ได้ไม่เท่ากัน รวมไปถึงตำแหน่งโฟกัส จุดมองชัด ความสูงของกรอบ และค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน ด้วยความเฉพาะบุคคลเหล่านี้ จึงทำให้การนำของคนอื่นมาใส่อาจทำให้เวียนหัว ปวดตา และเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นแนะนำว่าควรเลี่ยงใส่ของคนอื่น แล้วตัดเลนส์เป็นเฉพาะของตัวเองจะดีต่อสายตา และการใช้ชีวิตประจำวันค่ะ

 

 

 

 

 

วิธีดูแลเลนส์โปรเกรสซีฟให้ใช้งานได้นาน

 

แน่นอนว่าการใช้เลนส์โปรเกรสซีฟที่มีราคาสูงกว่าเลนส์ทั่วไป หลายคนคงอยากใช้เลนส์สายตาคู่นี้ให้ได้นานที่สุดเพื่อความคุ้มค่า ดังนั้นการใช้งานและการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี จึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

  • เช็ดเลนส์ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์คุณภาพดี

  • หลีกเลี่ยงการเช็ดเลนส์ขณะเปียกหรือมีฝุ่นเกาะ เพราะจะทำให้เกิดรอย

  • ล้างเลนส์ด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างแว่นโดยเฉพาะ

  • หลีกเลี่ยงการวางเลนส์คว่ำ เพราะจะทำให้เกิดรอยได้ง่าย

  • เก็บแว่นในกล่องทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน

  • ห้ามทิ้งไว้ในรถ เพราะความร้อนทำให้โค้ทติ้งเสียได้

 

 

 

FAQ: เริ่มใส่เลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรก ปรับตัวยังไงดี?

Q1: ทำไมมองด้านข้างแล้วภาพเบลอ หรือดูบิดเบือน?


A: โครงสร้างเลนส์โปรเกรสซีฟจะมีพื้นที่ด้านข้างที่เป็น "โซนภาพบิดเบือน" (Distortion) ค่ะ วิธีแก้คือ "ให้หันทั้งใบหน้าไปหาวัตถุที่ต้องการมอง" แทนการกลอกตาไปมาค่ะ ถ้าเราหันหน้าไปตรงๆ ภาพจะกลับมาคมชัดทันทีเลย

Q2: ทำไมช่วงแรกถึงรู้สึกเวียนหัว หรือพื้นดูวูบวาบ?


A: เป็นเรื่องปกติมากค่ะ! เพราะเลนส์โปรเกรสซีฟมีการไล่ระดับค่าสายตาหลายระยะในเลนส์เดียว สมองของเรากำลังเรียนรู้การประมวลผลภาพแบบใหม่ หมอแนะนำให้ "ใส่ต่อเนื่อง" อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้สมองปรับตัวได้เร็วขึ้นค่ะ

Q3: ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะชิน?


A: โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 7-14 วัน ค่ะ บางท่านอาจจะเร็วแค่ 2-3 วัน หรือบางท่านที่มีค่าสายตาซับซ้อนอาจใช้เวลาถึง 1 เดือน ซึ่งถือว่าปกติค่ะ ขอแค่ไมถอดสลับกับแว่นอันเก่าบ่อยๆ ก็พอค่ะ

 

 

  
 


 

บทสรุป 

เลนส์โปรเกรสซีฟเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป สามารถใช้งานสายตาได้สะดวกในทุกระยะ โดยไม่ต้องพกแว่นหลายอัน แต่ทั้งนี้การเลือกเลนส์ให้เหมาะสม จำเป็นต้องคำนึงถึงค่าสายตา ความซับซ้อน พฤติกรรมการใช้งาน และระดับโครงสร้างของเลนส์อย่างละเอียด ตลอดจนการได้รับการตรวจตาอย่างแม่นยำและการเลือกเลนส์ที่ถูกต้อง เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ใส่เลนส์โปรเกรสซีฟใส่สบาย ไม่เวียนหัว และเห็นได้ชัดเจนค่ะ

ที่  Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ให้การดูแลโดยจักษุแพทย์และนักทัศนมาตรมืออาชีพตลอดขั้นตอน พร้อมให้บริการทดลองเลนส์ก่อนตัดสินใจ ประเมินค่าสายตาอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ช่วยเลือกเลนส์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับเลนส์โปรเกรสซีฟอย่างครบถ้วน เพื่อออกแบบเลนส์โปรเกรสซีฟที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ

   

  

 

Dr.Ouise พร้อมช่วยดูแลใส่ใจในสุขภาพดวงตาของทุกคน เพื่อประสิทธิภาพการมองเห็น ที่คมชัดยิ่งขึ้นกว่าเดิม

   



 

 

บทความโดย

 แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ

 



แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

  • จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
  • ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ
    ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม
    จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา
  • ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน
    ก่อตั้งเป็น "ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist"น้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล

    ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล

    ปัจจุบัน

  • อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Clinic และ Dr.Ouise Eye Specialist
  • ทีมบริหาร ร้านแว่นตา the NEXT

 

สาขาของเรา

 

Dr.Ouise Eye Clinic

DR.OUISE EYE CLINIC

ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 92 ตำบลประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130

เวลาเปิดปิด: 10.0018.00 น.

โทร: 090-224-5168

Dr.Ouise Eye Specialist Fashion Island

DR.OUISE EYE SPECIALIST

ที่ตั้ง: ห้าง Fashion Island ชั้น 2 ห้องเลขที่ 2040B
เลขที่ 587,589,589/7-9 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 10230

เวลาเปิดปิด: 10.0022.00 น.

โทร: 095-386-6361


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตาสู้แสงไม่ได้ เลือกแว่นกรองแสงแบบไหน ถนอมสุขภาพตา
มาทำความรู้จักสารเคลือบผิวเลนส์ คืออะไร? และเลนส์มีแบบไหนบ้าง ที่ช่วยแก้เรื่องมองไม่ชัด ตาสู้แสงไม่ได้ – อาการเพิ่มเติมแบบไหน จึงควรตัดแว่น...
3 ม.ค. 2026
เลนส์ออฟฟิศ สำหรับวัย 40+ เลือกอย่างไร ราคาเท่าไหร่ [อัพเดตล่าสุดปี 2025]
เลนส์ออฟฟิศ (Office Lens) เป็นเลนส์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ดีในระยะใกล้และกลาง
11 ก.ค. 2025
เจาะลึกเลนส์โปรเกรสซีฟ Shamir รุ่นไหนเหมาะกับคุณ [อัพเดต 2026]
เลนส์โปรเกรสซีฟจาก Shamir โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ทั้ง AI,
11 ก.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy