รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้! เลนส์แว่นตาผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา แต่ละยี่ห้อเหมาะกับใคร

รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้! เลนส์แว่นตาผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา แต่ละยี่ห้อเหมาะกับใคร
หมออุ๊ยเองนะคะ... วันนี้หมออยากชวนคุยเรื่องที่คนไข้ถามหมอบ่อยมาก ๆ เลยค่ะ อย่างการเลือก “เลนส์แว่นตาผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา” เพราะในยุคนี้ต้องยอมรับเลยนะคะว่าเราใช้สายตาหนักมาก ทั้งมือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต บางคนใช้วันละ 8–10 ชั่วโมงแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ พอใช้ไปนาน ๆ ก็เริ่มมีอาการ ปวดตา ล้าตา หรือโฟกัสไม่ค่อยสบาย
บทความนี้หมอเลยตั้งใจเขียนให้เข้าใจง่าย แต่ครบถ้วน เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ให้เห็นภาพชัด ๆ เพื่อให้ทุกคนเลือกเลนส์แว่นตาได้ตรงกับการใช้งานจริง และคุ้มค่ามากที่สุดค่ะ
เลนส์แว่นตาผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา คืออะไร?
ก่อนเปรียบเทียบ แต่ละแบรนด์ หมอขอพาทุกคนไปทำความเข้าใจพื้นฐานของ เลนส์ผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา (Anti-Fatigue Lens) กันก่อนนะคะ ซึ่งปัจจุบันหลายคนต้องใช้สายตาระยะใกล้เป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ทำให้ “กล้ามเนื้อตา (ciliary muscle)” ต้องทำงานหนักตลอดเวลา จนหลายคนเริ่มรู้สึกถึงอาการเมื่อยล้า ปวดตา หรือโฟกัสไม่สบายค่ะ
เลนส์แว่นตาประเภทนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วย “แบ่งเบาภาระของดวงตา” โดยมีหลักการสำคัญ คือ
- เพิ่มกำลังเลนส์เล็กน้อย (Add Power) บริเวณด้านล่างของเลนส์ หรือจุดเฉพาะ
- ช่วยให้การเพ่งระยะใกล้ “ง่ายขึ้น” ไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อมาก
- ลดอาการล้าตา ปวดตา จากการใช้สายตานาน ๆ
นอกจากนี้ในเลนส์บางรุ่น ยังมีฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้การใช้งาน เช่น
- เลนส์กรองแสงสีฟ้า (Blue Light Filter)
- เพิ่ม contrast ให้ภาพคมชัดขึ้น
- เคลือบลดแสงสะท้อน
ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้การใช้สายตาหน้าจอสบายขึ้นในชีวิตประจำวันค่ะ
เปรียบเทียบเลนส์แว่นตาผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา จากแบรนด์ยอดฮิต
Essilor Eyezen Kids เป็นเลนส์สายตาเด็กที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของเด็กในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเด็กวัย 6–12 ปี ที่ต้องใช้สายตาใกล้มากขึ้น ทั้งจากการเรียน การอ่านหนังสือ และการใช้หน้าจอ
เลนส์แว่นตา Hoya Sync III
จุดเด่น Hoya Sync III
- มี “Boost Zone” บริเวณด้านล่างเลนส์ ช่วยให้เพ่งใกล้สบายขึ้น
- มีระดับการเพิ่มกำลังสายตาให้เลือกตามความต้องการใช้งาน ได้แก่ Sync III-5, Sync III-9 และ Sync III-13 ให้เลือกตามการใช้งานจอ
- ใช้เทคโนโลยี Free-form ตัดเลนส์ให้มีความแม่นยำกับสายตาจริง
- รองรับการใช้งานระยะใกล้มาก เช่น ~20 ซม.
ข้อจำกัดของ Hoya Sync III
- ถ้าเลือก Boost สูงเกินไป และไม่ได้ใช้งานหน้าจอหนัก ๆ อาจทำให้การมองใกล้ไม่เป็นธรรมชาติ
- หากไม่ผ่านการเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ จะทำให้ได้ค่าที่ไม่เหมาะสม และอาจรู้สึกบิดเบือนเล็กน้อยบริเวณขอบเลนส์เมื่อใช้งาน
Hoya Sync III เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ใช้สายตาหน้าจอหลายชั่วโมงต่อวัน โดยเฉพาะผู้ที่อายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีอาการตาล้า ปวดหัว มองภาพไม่คมชัด ตาแห้ง ไวต่อแสง มองเห็นแย่ลงในตอนกลางคืน และระคายเคืองตา
ราคา : ราคา 6,900 - 19,200 บาท
เลนส์แว่นตา Essilor Eyezen Series

จุดเด่น Essilor Eyezen Series
- มี accommodative boost ตรงพื้นที่ด้านล่างของเลนส์ ช่วยลดภาระการเพ่ง
- เทคโนโลยี W.A.V.E. เพิ่มความคมชัดของภาพ + contrast ดีขึ้น
- Smart Blue Filter ช่วยลดแสงสีฟ้าโทนม่วงได้ประมาณ 20% ช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการตาแห้งและล้าสายตา
- เทคโนโลยี XR-motion ผ่านการออกจากแบบจาก AI ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการมองของผู้ใช้ เพื่อให้ภาพที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ และยังขยายขอบเขตการมองเห็นได้มากขึ้นถึง 49%
- มีรุ่นย่อยแบ่งตามช่วงอายุและระดับการลดอาการเพ่ง เช่น Plus (20-29 ปี), Pro (30-39 ปี), Max (40-45 ปี) เพื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้สายตา และค่าสายตาของแต่ละคนน
ข้อจำกัดของ Essilor Eyezen Series
- ถ้าเลือก boost ไม่เหมาะ อาจทำให้จุดโฟกัสแปลกไป
- ในกลุ่มที่อายุเกิน 38 ปี ที่เริ่มมีปัญหาสายตายาวตามอายุ หากเน้นแค่การมองหน้าจอ อาจไม่บาลานซ์เท่าเลนส์เฉพาะทาง (office lens)
- ราคาสูงขึ้นเมื่อเพิ่ม coating เช่น เลนส์ดิจิทัล + โค้ตกรองแสงพรีเมียม
Essilor Eyezen Series เหมาะกับใคร
- คนที่อยากได้เลนส์บาลานซ์ ใช้ทั้งใกล้และไกล
- ผู้ใช้ในช่วงอายุ 18-38 ปี ที่ต้องการเลนส์ลดอาการล้าสายตา และปกป้องสายตาจากแสงดิจิทัลในชีวิตประจำวัน
ราคา : 5,100 – 32,400 บาท
เลนส์แว่นตา Shamir Relax

จุดเด่น Shamir Relax
- ออกแบบเพื่อไลฟ์สไตล์ดิจิทัลโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดอาการตาล้าจากการใช้งานหน้าจอนาน ๆ
- เทคโนโลยี Twin Technology แบ่งเลนส์เป็นสองโซน เพื่อการมองที่ชัดเจน
- มี Add (เพิ่มกำลังเลนส์) ให้เลือก 3 แบบ คือ +0.50, +0.65, +0.80 ตามอายุ และพฤติกรรมการใช้งาน
- มีการเพิ่มกำลังส่วนล่างของเลนส์ แต่เป็น Free-form ที่ทำให้ภาพบิดเบือนด้านข้างน้อยลง
- ช่วยปกป้องดวงตาจากรังสี UV และมี coating กรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตราย
ข้อจำกัดของ Shamir Relax
- ต้องตัดที่ร้านตัดแว่นโดยจักษุแพทย์ เพื่อวัด fitting height ให้แม่นยำที่สุด
- หากเลือก Add ไม่เหมาะ อาจให้ผลลัพธ์การมองที่ไม่สบายตา
- หากเลือกวัสดุ + โค้ทบางรุ่นอาจรอผลิตนานกว่าเลนส์ธรรมดา
Shamir Relax เหมาะกับใคร
- คนทำงานหน้าคอม + มือถือสลับกันทั้งวัน
- ผู้ใช้งานที่ต้องการเลนส์ชั้นเดียว เพื่อช่วยลดอาการล้าสายตาจากการใช้งานดิจิทัล
ราคา 3,000 - 20,500 บาท
เลนส์แว่นตา Rodenstock Ergo® Near Comfort

จุดเด่น Rodenstock Ergo® Near Comfort
- ป็นเลนส์เฉพาะทาง (Occupational Lens / Computer Lens)
- ใช้ Biometric Eye Model วัดตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด และการมองเห็นที่เป็นธรรมชาติขึ้น
- Field of Vision ออกแบบมาเพื่อมุมมองระยะกลาง-ใกล้ที่กว้าง มองหน้าจอคอมได้แบบไม่ต้องเคลื่อนไหวศีรษะ
- เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งงานบนโต๊ะ คอมพิวเตอร์ งานเอกสาร ฯลฯ
ข้อจำกัดของ Rodenstock Ergo® Near Comfort
- ไม่เหมาะกับการมองไกล
- อาจต้องมีแว่นอีกตัวสำหรับการใช้งานทั่วไป
- ต้องการมีการวัดแบบละเอียดเฉพาะบุคคล ทำให้มีราคาค่อนข้างสูง
Rodenstock Ergo® Near Comfort เหมาะกับใคร
- คนทำงานออฟฟิศจริงจัง นั่งโต๊ะทั้งวัน
- ไม่ได้เน้นการมองในระยะไกล แต่ใช้งานระยะกลาง - ใกล้บ่อย ๆ
เลนส์แว่นตา Zeiss Digital / SmartLife Digital

จุดเด่น Zeiss Digital / SmartLife Digital
- เทคโนโลยี Digital Inside® ปรับเลนส์ให้เหมาะกับระยะการใช้งาน ทำให้ความรู้สึกใกล้เคียงเลนส์ปกติ
- พื้นที่การมองกว้าง ปรับโฟกัสได้รวดเร็ว ลดภาพบิดเบือน เหมาะกับค่าสายตาซับซ้อน หรือมีค่าสายตาหลายอาการ
- ปรับค่าได้เฉพาะบุคคล (Full Rx customization) ช่วยให้การมองเห็นแม่นยำ
- ลดอาการตาล้าจากการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล
ข้อจำกัดของ Zeiss Digital / SmartLife Digital
- หากค่า Add สูง อาจมี blur รอบขอบเลนส์
- หากสั่งตัดแบบ Free-From ราคาค่อนข้างสูง
- บางคนต้องใช้เวลาปรับตัวช้ากว่าเลนส์ทั่วไป
Zeiss Digital / SmartLife Digital เหมาะกับใคร
- ผู้ที่อยากได้การมองเห็นแบบเลนส์ปกติ แต่ช่วยเรื่องการมองจอได้ในเลนส์เดียว
- เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้สายตาระยะใกล้บ่อย เช่น มือถือหรือคอมพิวเตอร์
- เลนส์เริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกใช้เลนส์โปรเกรสซีฟในอนาคต
ราคา : 21,600 - 51,600 บาท
เลนส์แว่นตา Nikon Relaxsee Neo

จุดเด่น Nikon Relaxsee Neo
- เทคโนโลยี Twin Technology แบ่ง 2 โซน คือโซนสำหรับมองไกลที่ชัดเจน และโซน Relax Zone ที่มีกำลังต่ำกว่าเล็กน้อยสำหรับมองใกล้
- ช่วยลดอาการตาล้าและปวดตาจากการเพ่งสายตาเป็นเวลานาน เช่น การเล่นมือถือหรือทำงานหน้าจอดิจิทัล
- มีหลาย index ให้เลือกหลากหลาย เช่น 1.50 / 1.60 / 1.67 / 1.74
- Coating / ฟังก์ชันเสริมที่น่าสนใจ เช่น กรองแสงคอม, กันแสง UV หรือ SeeCoat Next Blue ป้องกันแสงสีฟ้า (blue-light)
ข้อจำกัดของ Nikon Relaxsee Neo
- หากเลือก Add ไม่เหมาะ อาจทำให้การมองไม่เป็นธรรมชาติ ไม่สบายตา
- บางคนอาจรู้สึกโซนไม่ต่อเนื่อง เหมือนเลนส์ Single Vision ปกติ
Nikon Relaxsee Neo เหมาะกับใคร
- คนที่เริ่มมีอาการล้าตา แต่ยังไม่อยากใช้เลนส์ซับซ้อน
- ผู้ที่เริ่มมีอาการสายตายาวตามวัย และผู้ที่ต้องใช้สายตาเพ่งนานๆ
- ผู้ที่มองหาแว่นตาที่ช่วยให้ปรับตัวกับแว่นได้ง่าย และลดอาการเมื่อยล้าดวงตา
FAQ: เกี่ยวกับเลนส์แว่นตาผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา
Q1: เลนส์แว่นตาผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา ต่างจากโปรเกรสซีฟอย่าง?
A: เลนส์ผ่อนคลายจะมี Add น้อยมาก และเน้นช่วยลดอาการล้าตาเป็นหลักค่ะ ในขณะที่โปรเกรสซีฟจะใช้สำหรับคนที่มีปัญหาสายตายาวตามอายุ และต้องใช้หลายระยะจริง ๆ
Q2: ใส่เลนส์แว่นตาแบบนี้แล้วต้องปรับตัวไหม?
A: ส่วนใหญ่ปรับตัวง่ายค่ะ เพราะโครงสร้างใกล้เคียงเลนส์ปกติ แต่บางคนอาจรู้สึกแปลกเล็กน้อยช่วงแรก โดยเฉพาะถ้าเลือก Add สูงค่ะ
Q3: จำเป็นต้องมีค่าสายตาก่อนถึงจะใช้ได้ไหม?
A: ไม่จำเป็นค่ะ คนที่ไม่มีค่าสายตาเลย แต่ใช้จอหนัก ก็สามารถใช้เลนส์แบบนี้เพื่อช่วยลดอาการล้าตาได้ค่ะ
Q4: เลนส์แว่นตาผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา ช่วยเรื่องตาแห้งไหม?
A: เป็นการช่วยแบบ “ทางอ้อม” ค่ะ เพราะลดการเพ่ง ทำให้กระพริบตาเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ถ้ามีตาแห้งจริง ๆ อาจต้องดูแลร่วมด้วยค่ะ
Q5: เลือกแบรนด์ไหนดีสุด?
A: ไม่มีแบรนด์ไหนดีที่สุดสำหรับทุกคนค่ะ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้สายตา เช่น ใช้มือถือหนัก ใช้คอมทั้งวัน หรือสลับหลายระยะ หมอแนะนำให้วิเคราะห์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกค่ะ

บทสรุป
เลนส์แว่นตาผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา เป็นตัวช่วยสำคัญในยุคดิจิทัล ที่ช่วยลดภาระการเพ่ง และทำให้การใช้สายตาสบายขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน แต่ละแบรนด์มีจุดเด่นแตกต่างกัน บางรุ่นเน้นใกล้มาก บางรุ่นบาลานซ์ หรือบางรุ่นออกแบบเฉพาะงานออฟฟิศ ดังนั้น “การเลือกให้เหมาะกับตัวเอง” สำคัญที่สุดนะคะ ไม่ใช่แค่เลือกแบรนด์ดัง แต่ต้องเลือกให้ตรงกับพฤติกรรมการใช้สายตาจริง ๆ ค่ะ
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงานผ่านหน้าจอตลอดวัน แล้วกำลังมองหาเลนส์แว่นตาเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตาแบบตอบโจทย์ หมออยากแนะนำให้ลองเข้ามาปรึกษาที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก ที่นี่เรามีทั้งจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์ คอยช่วยวิเคราะห์การใช้งานสายตาของคุณแบบละเอียด เพื่อให้คุณได้เลนส์ที่ใช่ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ

แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
- จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
- ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ
ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม
จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา - ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน
ก่อตั้งเป็น "ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist" เน้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล
ประวัติการศึกษา
- แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล
ปัจจุบัน
- อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
- ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Clinic และ Dr.Ouise Eye Specialist
- ทีมบริหาร ร้านแว่นตา the NEXT
สาขาของเรา

DR.OUISE EYE CLINIC
ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 92 ตำบลประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130
เวลาเปิดปิด: 10.0018.00 น.
โทร: 090-224-5168

DR.OUISE EYE SPECIALIST
ที่ตั้ง: ห้าง Fashion Island ชั้น 2 ห้องเลขที่ 2040B
เลขที่ 587,589,589/7-9 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 10230
เวลาเปิดปิด: 10.0022.00 น.
โทร: 095-386-6361
แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)


