แชร์

โรคตาขี้เกียจ คืออะไร? แก้ไขได้ไหม จักษุแพทย์บอกต่อเรื่องที่พ่อแม่ควรทราบ

section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
อัพเดทล่าสุด: 4 มิ.ย. 2026
400 ผู้เข้าชม

โรคตาขี้เกียจ คืออะไร? แก้ไขได้ไหม จักษุแพทย์บอกต่อเรื่องที่พ่อแม่ควรทราบ

 

หมออุ๊ยเองนะคะ... เคยเจอคนไข้หลายเคสมากที่มาหาหมอตอนโตแล้ว แล้วเพิ่งรู้ว่าตัวเอง “มองไม่ชัดข้างเดียวมาตลอดชีวิต” พอตรวจลึกลงไป กลายเป็นว่าเป็นภาวะตาขี้เกียจตั้งแต่เด็กโดยที่ไม่เคยรู้ตัวเลยค่ะ

สิ่งที่หมอรู้สึกเสียดายที่สุดคือ ถ้าเรารู้เร็วกว่านี้อีกนิด โอกาสในการรักษาให้กลับมามองเห็นดีขึ้นจะมีมากกว่านี้มาก บทความนี้หมอเลยอยากเล่าให้ฟังแบบละเอียด เข้าใจง่าย ในมุมของจักษุแพทย์ ว่า “ตาขี้เกียจคืออะไร” สังเกตยังไง และพ่อแม่ควรทำอย่างไร เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญของลูก

 

 

หัวข้อที่ หมออุ๊ย อยากเล่าให้ฟัง

 


ตาขี้เกียจ (Amblyopia) คืออะไร? มุมมองของจักษุแพทย์ที่พ่อแม่ควรรู้

 

ตาขี้เกียจ คือ ภาวะที่ดวงตาแม้ได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ประสิทธิภาพของระบบการมองเห็นยังคงทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งในมุมของหมอ ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากตัวลูกตาเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ “สมอง” ที่ทำหน้าที่แปลผลภาพร่วมด้วยค่ะ

 

  

โดยภาวะนี้มักเกิดจากพัฒนาการการมองเห็นที่ผิดปกติตั้งแต่วัยเด็ก และที่สำคัญคือ “เด็กส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัว” เพราะเขาคุ้นชินกับภาพที่เห็นแบบนั้นมาตลอด พอมารู้ตัวอีกทีในช่วงวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ โอกาสในการแก้ไขให้กลับมามองเห็นดีแบบปกติจะเป็นไปได้น้อยมาก ดังนั้นจึงแนะนำว่า ควรพาลูกเข้ารับการตรวจวัดสายตาอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ

  

สาเหตุของตาขี้เกียจตามหลักจักษุแพทย์ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ภาวะตาขี้เกียจเกิดจากความผิดปกติของพัฒนาการด้านการมองเห็น ซึ่งมักเกิดในช่วงวัยเด็ก โดยสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่

1. ตาเขหรือตาเหล่ : เมื่อดวงตาทั้งสองข้างไม่สามารถโฟกัสไปที่จุดเดียวกัน สมองจะเลือกใช้ภาพจากตาข้างที่ตรง และกดการทำงานของอีกข้าง ส่งผลให้ตาข้างนั้นพัฒนาไม่เต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้คือตาสองข้างทำงานไม่ประสานกันค่ะ

 

 

2. ค่าสายตาผิดปกติที่ไม่ได้รับการแก้ไข : โดยเฉพาะกรณีที่ค่าสายตา 2 ข้างไม่เท่ากัน อาจเป็นสายตาสั้น ยาว หรือเอียงก็ได้ หากมีปัญหาค่าสายตา เด็กจะเลือกใช้ตาข้างที่ชัดกว่าโดยอัตโนมัติ ทำให้อีกข้างไม่ได้ใช้งาน และเกิดภาวะตาขี้เกียจ

3. ค่าสายตาผิดปกติมากทั้งสองข้าง : แม้ค่าสายตาสองข้างจะเท่ากัน แต่ถ้าสายตาผิดปกติมาก เช่น สั้นมากหรือยาวมาก เด็กจะไม่เคยรู้จักภาพที่ชัดจริง ๆ ทำให้ระบบการมองเห็นพัฒนาไม่เต็มที่

4. ความผิดปกติที่ปิดกั้นการมองเห็น : เช่น ต้อกระจกแต่กำเนิด กระจกตาขุ่น หนังตาตก ฯลฯ ในมุมของหมอ กรณีนี้ถือว่า “ต้องรีบรักษา” เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน การพัฒนาของการมองเห็นจะยิ่งเสียไปมากค่ะ

   

อาการของตาขี้เกียจ ที่จักษุแพทย์แนะนำให้สังเกต

 

หนึ่งในความยากของโรคนี้ คือเด็กมักไม่บอกกับผู้ปกครอง หรือไม่รู้ว่าตัวเองมองเห็นผิดปกติ และคิดว่าการมองเห็นแบบนี้คือการมองทั่วไป ดังนั้นพ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อช่วยเด็กป้องกันภาวะดังกล่าว

อาการพื้นฐานที่พบได้

  • มองไม่ชัดข้างใดข้างหนึ่ง (ลองปิดตาทีละข้างจะเห็นชัด)
  • หรือบางรายมองไม่ชัดทั้งสองตา
  • อ่านหนังสือแล้วต้องเข้าใกล้มากจนผิดสังเกต
  • เด็กรู้สึกมองไกลไม่ชัด (อาการคล้ายสายตาสั้นในเด็ก)

พฤติกรรมที่ควรระวัง

  • หยีตาเวลามอง
  • เอียงศีรษะหรือหันหน้าเพื่อใช้ตาข้างถนัด ในการทำกิจกรรม
  • เดินชนของบ่อย กะระยะพลาด
  • ไม่ชอบกิจกรรมที่ต้องใช้สายตา เช่น อ่านหนังสือ ระบายสี

อาการที่เด็กอาจบอกได้

  • ปวดตา ปวดศีรษะ เมื่อต้องเพ่งมองนาน ๆ
  • มองภาพเบลอ หรือเห็นภาพซ้อน
  • ตาล้า หรือรู้สึกเมื่อยตาเร็วผิดปกติ

สัญญาณที่จักษุแพทย์พบจากการตรวจ

  • การมองเห็นสองข้างไม่เท่ากัน
  • การทำงานของตาทั้งสองไม่สัมพันธ์กัน
  • การตอบสนองของสมองต่อภาพลดลงในตาข้างหนึ่ง

  

 
เริ่มต้นสุขภาพตาที่ดี เริ่มที่ Dr.Ouise Eye Clinic


ตาขี้เกียจรุนแรงไหม? คำตอบจากจักษุแพทย์

 

หมอต้องบอกตรง ๆ ค่ะ ว่าความรุนแรงของตาขี้เกียจขึ้นอยู่กับ ระยะเวลาและความเร็วในการตรวจพบ

  • หากตรวจพบได้ไว จักษุแพทย์สามารถช่วยกระตุ้นให้ดวงตากลับมามีระดับการมองเห็นใกล้เคียงปกติได้
  • หากปล่อยไว้นาน สมองจะเรียนรู้ที่จะไม่ใช้ตาข้างนั้นอย่างถาวร ทำให้ไม่สามารถกระตุ้นให้กลับมามองเห็นดีได้เหมือนเดิม ในเชิงการแพทย์ เราเรียกว่า การลดลงของประสิทธิภาพของ Visual Cortex (สมองส่วนการมองเห็น) ดังนั้นยิ่งรู้เร็ว = ช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้ดีขึ้น 


 

 

แนวทางการรักษาตาขี้เกียจตามคำแนะนำของจักษุแพทย์

 

หลักสำคัญที่สุดคือ “ต้องตรวจพบให้เร็ว” โดยเฉพาะก่อนอายุประมาณ 10 ปี เพราะเป็นช่วงที่ระบบประสาทการมองเห็นยังพัฒนาอยู่ จึงจะช่วยกระตุ้นการมองเห็นได้ สำหรับวิธีการรักษาหลัก ๆ มีดังนี้ค่ะ

1. การใส่แว่นแก้ไขค่าสายตา เพื่อให้ภาพที่เข้าสมอง “ชัดที่สุด” ซึ่งเป็นพื้นฐานของการรักษา ดังนั้นหากลูกมีภาวะสายตาสั้น ยาว หรือเอียง แนะนำปรึกษาร้านตัดแว่นโดยจักษุแพทย์ เพื่อออกแบบแว่นตาที่เหมาะกับเด็กมากที่สุด

2. การปิดตาข้างที่ดี (Eye Patching) เป็นวิธีที่ใช้บ่อยมาก โดยจะปิดตาข้างที่มองเห็นดี เพื่อบังคับให้สมองใช้ตาข้างที่มีอาการได้บ่อยกว่า ท้ายที่สุดจะช่วยให้ตาสองข้างทำงานมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันมากที่สุด

3. การฝึกการมองเห็น (Vision Therapy) ในบางกรณี จักษุแพทย์อาจแนะนำการฝึกการมองเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นการทำงานของตาและสมองร่วมกัน

4. การรักษาสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น ผ่าตัดต้อกระจกแต่กำเนิด แก้ไขตาเหล่ แก้หนังตาตก รวมถึงโรคเลือดออกในน้ำวุ้นตา ฯลฯ เพื่อเป็นการแก้ไจอาการของโรคที่เป็นสาเหตุหลัก

5. ติดตามอาการต่อเนื่อง หากมีนัดพบกับจักษุแพทย์ แนะนำว่าควรพาเด็กมาตรวจสุขภาพตาตามนัดทุกครั้ง เพื่อเป็นการติดตามอาการ และแพทย์อาจมีการแนะนำแนวทางอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้น

 

 

โรคตาขี้เกียจ อาจไม่พบความผิดปกติที่เห็นได้ชัดจากภายนอก ดังนั้นหากเป็นในเด็กแรกเกิด ที่มีอายุ 6-12 เดือน พ่อแม่ควรหมั่นสังเกตอาการ และมาตามนัดของแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพตาของเด็กอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนของเด็กอายุ 3-5 ปี ก็ควรได้รับการตรวจวัดสายตาเป็นประจำเช่นกัน หากพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้รักษาได้อย่างทันการค่ะ

 

Tips: สิ่งที่จักษุแพทย์อยากเน้นกับพ่อแม่

  • อย่ารอให้ลูกบ่นว่า “มองไม่ชัด”
  • ควรตรวจสายตาตั้งแต่เล็ก แม้ไม่มีอาการ
  • สังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผิดปกติ


 

FAQ: คำถามที่พ่อแม่มักสงสัยเกี่ยวกับตาขี้เกียจ

Q1: ลูกยังเล็กมาก จำเป็นต้องตรวจสายตาแล้วหรือยัง?


A: หมอแนะนำว่าควรตรวจตั้งแต่ช่วงวัยก่อนเข้าเรียน หรือแม้กระทั่งในเด็กเล็กที่มีความเสี่ยงค่ะ เพราะตาขี้เกียจเป็นภาวะที่ “ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาได้ดี” การรอให้เด็กโตแล้วค่อยมาตรวจ อาจทำให้พลาดช่วงเวลาทองของการรักษาไปได้

Q2: ตาขี้เกียจใส่แว่นอย่างเดียวหายไหม?


A: ในบางกรณี การใส่แว่นอย่างเดียวอาจช่วยได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะต้องใช้ “การปิดตาข้างที่ดีร่วมด้วย” เพื่อกระตุ้นให้ตาข้างที่อ่อนทำงานค่ะ โดยจักษุแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมให้เป็นรายบุคคล

Q3: การปิดตาจะทำให้ตาดีแย่ลงไหม?


A: เป็นคำถามที่พ่อแม่กังวลกันมาก จริง ๆ แล้วการปิดตาจะอยู่ภายใต้การควบคุมของจักษุแพทย์ มีระยะเวลาและวิธีการที่เหมาะสม จึงไม่ทำให้ตาดีแย่ลง แต่กลับช่วยกระตุ้นการทำงานของตาข้างที่อ่อนให้ดีขึ้นค่ะ

Q4: ถ้าลูกไม่มีอาการเลย จำเป็นต้องตรวจไหม?


A: จำเป็นมากค่ะ เพราะตาขี้เกียจเป็นภาวะที่ไม่มีอาการชัดเจน เด็กอาจใช้ตาข้างเดียวโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ ดังนั้นการตรวจคัดกรองจึงเป็นวิธีเดียว ที่ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าระบบการมองเห็นของลูกพัฒนาได้อย่างปกติ

Q5: ตาขี้เกียจป้องกันได้ไหม?


A: ในหลายกรณีสามารถป้องกันหรือชะลอความรุนแรงได้ ด้วยการตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ และแก้ไขปัจจัยเสี่ยง เช่น ค่าสายตาผิดปกติ หรือภาวะตาเหล่ ดังนั้นการพาลูกตรวจสายตาเป็นประจำคือสิ่งที่สำคัญที่สุด


 


  
 


 

บทสรุป 

ตาขี้เกียจเป็นภาวะที่หลายคนมองข้าม เพราะมักไม่มีอาการชัดเจน แต่จริง ๆ แล้วส่งผลต่อการ มองเห็นในระยะยาวอย่างมาก โดยเฉพาะหากไม่ได้รับการรักษาในช่วงวัยเด็ก ดังนั้นหัวใจสำคัญคือ การตรวจพบให้เร็ว เพราะยิ่งเริ่มรักษาไว โอกาสในการฟื้นฟูการมองเห็นก็ยิ่งดีตามไปด้วยเช่นกันค่ะ

ดูแลสายตาลูกน้อย ให้เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก เรามีบริการตรวจสุขภาพตาแบบครบวงจร โดยทีมจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร ผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์และการมองเห็น พร้อมอุปกรณ์ตรวจที่ทันสมัย เพื่อประเมินความเสี่ยงภาวะตาขี้เกียจ และปัญหาสายตาอื่น ๆ ได้อย่างละเอียด หากพ่อแม่ท่านไหนอยากมั่นใจว่าลูก “มองเห็นได้เต็มศักยภาพ” หมอแนะนำให้เข้ามาตรวจเช็กกันเพื่อสุขภาพตาที่ดีของเด็กในระยะยาวนะคะ

   

  

 

Dr.Ouise พร้อมช่วยดูแลใส่ใจในสุขภาพดวงตาของทุกคน เพื่อประสิทธิภาพการมองเห็น ที่คมชัดยิ่งขึ้นกว่าเดิม

   



 

 

บทความโดย

 แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ

 



แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

  • จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
  • ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ
    ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม
    จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา
  • ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน
    ก่อตั้งเป็น "ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist"น้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล

    ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล

    ปัจจุบัน

  • อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Clinic และ Dr.Ouise Eye Specialist
  • ทีมบริหาร ร้านแว่นตา the NEXT

 

สาขาของเรา

 

Dr.Ouise Eye Clinic

DR.OUISE EYE CLINIC

ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 92 ตำบลประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130

เวลาเปิดปิด: 10.0018.00 น.

โทร: 090-224-5168

Dr.Ouise Eye Specialist Fashion Island

DR.OUISE EYE SPECIALIST

ที่ตั้ง: ห้าง Fashion Island ชั้น 2 ห้องเลขที่ 2040B
เลขที่ 587,589,589/7-9 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 10230

เวลาเปิดปิด: 10.0022.00 น.

โทร: 095-386-6361


บทความที่เกี่ยวข้อง
เลนส์แว่นตา Shamir เทคโนโลยีระดับโลก ตอบโจทย์ทุกการมองเห็น
การมองเห็นไม่ใช่แค่เรื่องของความคมชัด แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย ที่ช่วยให้การใช้ชีวิต..
section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
9 มิ.ย. 2025
แว่นเด็ก เลนส์สายตา เลือกแบบไหนให้คุ้มค่า เหมาะกับลูกรัก
ปัญหาสายตาในเด็ก เป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะหากปล่อยให้ค่าสายตา
section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
28 ส.ค. 2025
 วิธีการใช้งานเลนส์โปรเกรสซีฟ ฉบับมือใหม่เข้าใจง่าย
เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) เป็นเลนส์แว่นตาที่รวมระยะมอง ไกล-กลาง-ใกล้...
section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
26 มี.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy