แชร์

โรคตาขี้เกียจ คืออะไร? แก้ไขได้ไหม จักษุแพทย์บอกต่อเรื่องที่พ่อแม่ควรทราบ

section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
อัพเดทล่าสุด: 4 มิ.ย. 2026
44 ผู้เข้าชม

โรคตาขี้เกียจ คืออะไร? แก้ไขได้ไหม จักษุแพทย์บอกต่อเรื่องที่พ่อแม่ควรทราบ

 

หมออุ๊ยเองนะคะ... เคยเจอคนไข้หลายเคสมากที่มาหาหมอตอนโตแล้ว แล้วเพิ่งรู้ว่าตัวเอง “มองไม่ชัดข้างเดียวมาตลอดชีวิต” พอตรวจลึกลงไป กลายเป็นว่าเป็นภาวะตาขี้เกียจตั้งแต่เด็กโดยที่ไม่เคยรู้ตัวเลยค่ะ

สิ่งที่หมอรู้สึกเสียดายที่สุดคือ ถ้าเรารู้เร็วกว่านี้อีกนิด โอกาสในการรักษาให้กลับมามองเห็นดีขึ้นจะมีมากกว่านี้มาก บทความนี้หมอเลยอยากเล่าให้ฟังแบบละเอียด เข้าใจง่าย ในมุมของจักษุแพทย์ ว่า “ตาขี้เกียจคืออะไร” สังเกตยังไง และพ่อแม่ควรทำอย่างไร เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญของลูก

 

 

หัวข้อที่ หมออุ๊ย อยากเล่าให้ฟัง

 


ตาขี้เกียจ (Amblyopia) คืออะไร? มุมมองของจักษุแพทย์ที่พ่อแม่ควรรู้

 

ตาขี้เกียจ คือ ภาวะที่ดวงตาแม้ได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ประสิทธิภาพของระบบการมองเห็นยังคงทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งในมุมของหมอ ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากตัวลูกตาเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ “สมอง” ที่ทำหน้าที่แปลผลภาพร่วมด้วยค่ะ

 

  

โดยภาวะนี้มักเกิดจากพัฒนาการการมองเห็นที่ผิดปกติตั้งแต่วัยเด็ก และที่สำคัญคือ “เด็กส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัว” เพราะเขาคุ้นชินกับภาพที่เห็นแบบนั้นมาตลอด พอมารู้ตัวอีกทีในช่วงวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ โอกาสในการแก้ไขให้กลับมามองเห็นดีแบบปกติจะเป็นไปได้น้อยมาก ดังนั้นจึงแนะนำว่า ควรพาลูกเข้ารับการตรวจวัดสายตาอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ

  

สาเหตุของตาขี้เกียจตามหลักจักษุแพทย์ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ภาวะตาขี้เกียจเกิดจากความผิดปกติของพัฒนาการด้านการมองเห็น ซึ่งมักเกิดในช่วงวัยเด็ก โดยสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่

1. ตาเขหรือตาเหล่ : เมื่อดวงตาทั้งสองข้างไม่สามารถโฟกัสไปที่จุดเดียวกัน สมองจะเลือกใช้ภาพจากตาข้างที่ตรง และกดการทำงานของอีกข้าง ส่งผลให้ตาข้างนั้นพัฒนาไม่เต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้คือตาสองข้างทำงานไม่ประสานกันค่ะ

 

 

2. ค่าสายตาผิดปกติที่ไม่ได้รับการแก้ไข : โดยเฉพาะกรณีที่ค่าสายตา 2 ข้างไม่เท่ากัน อาจเป็นสายตาสั้น ยาว หรือเอียงก็ได้ หากมีปัญหาค่าสายตา เด็กจะเลือกใช้ตาข้างที่ชัดกว่าโดยอัตโนมัติ ทำให้อีกข้างไม่ได้ใช้งาน และเกิดภาวะตาขี้เกียจ

3. ค่าสายตาผิดปกติมากทั้งสองข้าง : แม้ค่าสายตาสองข้างจะเท่ากัน แต่ถ้าสายตาผิดปกติมาก เช่น สั้นมากหรือยาวมาก เด็กจะไม่เคยรู้จักภาพที่ชัดจริง ๆ ทำให้ระบบการมองเห็นพัฒนาไม่เต็มที่

4. ความผิดปกติที่ปิดกั้นการมองเห็น : เช่น ต้อกระจกแต่กำเนิด กระจกตาขุ่น หนังตาตก ฯลฯ ในมุมของหมอ กรณีนี้ถือว่า “ต้องรีบรักษา” เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน การพัฒนาของการมองเห็นจะยิ่งเสียไปมากค่ะ

   

อาการของตาขี้เกียจ ที่จักษุแพทย์แนะนำให้สังเกต

 

หนึ่งในความยากของโรคนี้ คือเด็กมักไม่บอกกับผู้ปกครอง หรือไม่รู้ว่าตัวเองมองเห็นผิดปกติ และคิดว่าการมองเห็นแบบนี้คือการมองทั่วไป ดังนั้นพ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อช่วยเด็กป้องกันภาวะดังกล่าว

อาการพื้นฐานที่พบได้

  • มองไม่ชัดข้างใดข้างหนึ่ง (ลองปิดตาทีละข้างจะเห็นชัด)
  • หรือบางรายมองไม่ชัดทั้งสองตา
  • อ่านหนังสือแล้วต้องเข้าใกล้มากจนผิดสังเกต
  • เด็กรู้สึกมองไกลไม่ชัด (อาการคล้ายสายตาสั้นในเด็ก)

พฤติกรรมที่ควรระวัง

  • หยีตาเวลามอง
  • เอียงศีรษะหรือหันหน้าเพื่อใช้ตาข้างถนัด ในการทำกิจกรรม
  • เดินชนของบ่อย กะระยะพลาด
  • ไม่ชอบกิจกรรมที่ต้องใช้สายตา เช่น อ่านหนังสือ ระบายสี

อาการที่เด็กอาจบอกได้

  • ปวดตา ปวดศีรษะ เมื่อต้องเพ่งมองนาน ๆ
  • มองภาพเบลอ หรือเห็นภาพซ้อน
  • ตาล้า หรือรู้สึกเมื่อยตาเร็วผิดปกติ

สัญญาณที่จักษุแพทย์พบจากการตรวจ

  • การมองเห็นสองข้างไม่เท่ากัน
  • การทำงานของตาทั้งสองไม่สัมพันธ์กัน
  • การตอบสนองของสมองต่อภาพลดลงในตาข้างหนึ่ง

  

 
เริ่มต้นสุขภาพตาที่ดี เริ่มที่ Dr.Ouise Eye Clinic


ตาขี้เกียจรุนแรงไหม? คำตอบจากจักษุแพทย์

 

หมอต้องบอกตรง ๆ ค่ะ ว่าความรุนแรงของตาขี้เกียจขึ้นอยู่กับ ระยะเวลาและความเร็วในการตรวจพบ

  • หากตรวจพบได้ไว จักษุแพทย์สามารถช่วยกระตุ้นให้ดวงตากลับมามีระดับการมองเห็นใกล้เคียงปกติได้
  • หากปล่อยไว้นาน สมองจะเรียนรู้ที่จะไม่ใช้ตาข้างนั้นอย่างถาวร ทำให้ไม่สามารถกระตุ้นให้กลับมามองเห็นดีได้เหมือนเดิม ในเชิงการแพทย์ เราเรียกว่า การลดลงของประสิทธิภาพของ Visual Cortex (สมองส่วนการมองเห็น) ดังนั้นยิ่งรู้เร็ว = ช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้ดีขึ้น 


 

 

แนวทางการรักษาตาขี้เกียจตามคำแนะนำของจักษุแพทย์

 

หลักสำคัญที่สุดคือ “ต้องตรวจพบให้เร็ว” โดยเฉพาะก่อนอายุประมาณ 10 ปี เพราะเป็นช่วงที่ระบบประสาทการมองเห็นยังพัฒนาอยู่ จึงจะช่วยกระตุ้นการมองเห็นได้ สำหรับวิธีการรักษาหลัก ๆ มีดังนี้ค่ะ

1. การใส่แว่นแก้ไขค่าสายตา เพื่อให้ภาพที่เข้าสมอง “ชัดที่สุด” ซึ่งเป็นพื้นฐานของการรักษา ดังนั้นหากลูกมีภาวะสายตาสั้น ยาว หรือเอียง แนะนำปรึกษาร้านตัดแว่นโดยจักษุแพทย์ เพื่อออกแบบแว่นตาที่เหมาะกับเด็กมากที่สุด

2. การปิดตาข้างที่ดี (Eye Patching) เป็นวิธีที่ใช้บ่อยมาก โดยจะปิดตาข้างที่มองเห็นดี เพื่อบังคับให้สมองใช้ตาข้างที่มีอาการได้บ่อยกว่า ท้ายที่สุดจะช่วยให้ตาสองข้างทำงานมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันมากที่สุด

3. การฝึกการมองเห็น (Vision Therapy) ในบางกรณี จักษุแพทย์อาจแนะนำการฝึกการมองเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นการทำงานของตาและสมองร่วมกัน

4. การรักษาสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น ผ่าตัดต้อกระจกแต่กำเนิด แก้ไขตาเหล่ แก้หนังตาตก รวมถึงโรคเลือดออกในน้ำวุ้นตา ฯลฯ เพื่อเป็นการแก้ไจอาการของโรคที่เป็นสาเหตุหลัก

5. ติดตามอาการต่อเนื่อง หากมีนัดพบกับจักษุแพทย์ แนะนำว่าควรพาเด็กมาตรวจสุขภาพตาตามนัดทุกครั้ง เพื่อเป็นการติดตามอาการ และแพทย์อาจมีการแนะนำแนวทางอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้น

 

 

โรคตาขี้เกียจ อาจไม่พบความผิดปกติที่เห็นได้ชัดจากภายนอก ดังนั้นหากเป็นในเด็กแรกเกิด ที่มีอายุ 6-12 เดือน พ่อแม่ควรหมั่นสังเกตอาการ และมาตามนัดของแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพตาของเด็กอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนของเด็กอายุ 3-5 ปี ก็ควรได้รับการตรวจวัดสายตาเป็นประจำเช่นกัน หากพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้รักษาได้อย่างทันการค่ะ

 

Tips: สิ่งที่จักษุแพทย์อยากเน้นกับพ่อแม่

  • อย่ารอให้ลูกบ่นว่า “มองไม่ชัด”
  • ควรตรวจสายตาตั้งแต่เล็ก แม้ไม่มีอาการ
  • สังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผิดปกติ


 

FAQ: คำถามที่พ่อแม่มักสงสัยเกี่ยวกับตาขี้เกียจ

Q1: ลูกยังเล็กมาก จำเป็นต้องตรวจสายตาแล้วหรือยัง?


A: หมอแนะนำว่าควรตรวจตั้งแต่ช่วงวัยก่อนเข้าเรียน หรือแม้กระทั่งในเด็กเล็กที่มีความเสี่ยงค่ะ เพราะตาขี้เกียจเป็นภาวะที่ “ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาได้ดี” การรอให้เด็กโตแล้วค่อยมาตรวจ อาจทำให้พลาดช่วงเวลาทองของการรักษาไปได้

Q2: ตาขี้เกียจใส่แว่นอย่างเดียวหายไหม?


A: ในบางกรณี การใส่แว่นอย่างเดียวอาจช่วยได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะต้องใช้ “การปิดตาข้างที่ดีร่วมด้วย” เพื่อกระตุ้นให้ตาข้างที่อ่อนทำงานค่ะ โดยจักษุแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมให้เป็นรายบุคคล

Q3: การปิดตาจะทำให้ตาดีแย่ลงไหม?


A: เป็นคำถามที่พ่อแม่กังวลกันมาก จริง ๆ แล้วการปิดตาจะอยู่ภายใต้การควบคุมของจักษุแพทย์ มีระยะเวลาและวิธีการที่เหมาะสม จึงไม่ทำให้ตาดีแย่ลง แต่กลับช่วยกระตุ้นการทำงานของตาข้างที่อ่อนให้ดีขึ้นค่ะ

Q4: ถ้าลูกไม่มีอาการเลย จำเป็นต้องตรวจไหม?


A: จำเป็นมากค่ะ เพราะตาขี้เกียจเป็นภาวะที่ไม่มีอาการชัดเจน เด็กอาจใช้ตาข้างเดียวโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ ดังนั้นการตรวจคัดกรองจึงเป็นวิธีเดียว ที่ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าระบบการมองเห็นของลูกพัฒนาได้อย่างปกติ

Q5: ตาขี้เกียจป้องกันได้ไหม?


A: ในหลายกรณีสามารถป้องกันหรือชะลอความรุนแรงได้ ด้วยการตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ และแก้ไขปัจจัยเสี่ยง เช่น ค่าสายตาผิดปกติ หรือภาวะตาเหล่ ดังนั้นการพาลูกตรวจสายตาเป็นประจำคือสิ่งที่สำคัญที่สุด


 


  
 


 

บทสรุป 

ตาขี้เกียจเป็นภาวะที่หลายคนมองข้าม เพราะมักไม่มีอาการชัดเจน แต่จริง ๆ แล้วส่งผลต่อการ มองเห็นในระยะยาวอย่างมาก โดยเฉพาะหากไม่ได้รับการรักษาในช่วงวัยเด็ก ดังนั้นหัวใจสำคัญคือ การตรวจพบให้เร็ว เพราะยิ่งเริ่มรักษาไว โอกาสในการฟื้นฟูการมองเห็นก็ยิ่งดีตามไปด้วยเช่นกันค่ะ

ดูแลสายตาลูกน้อย ให้เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก เรามีบริการตรวจสุขภาพตาแบบครบวงจร โดยทีมจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร ผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์และการมองเห็น พร้อมอุปกรณ์ตรวจที่ทันสมัย เพื่อประเมินความเสี่ยงภาวะตาขี้เกียจ และปัญหาสายตาอื่น ๆ ได้อย่างละเอียด หากพ่อแม่ท่านไหนอยากมั่นใจว่าลูก “มองเห็นได้เต็มศักยภาพ” หมอแนะนำให้เข้ามาตรวจเช็กกันเพื่อสุขภาพตาที่ดีของเด็กในระยะยาวนะคะ

   

  

 

Dr.Ouise พร้อมช่วยดูแลใส่ใจในสุขภาพดวงตาของทุกคน เพื่อประสิทธิภาพการมองเห็น ที่คมชัดยิ่งขึ้นกว่าเดิม

   



 

 

บทความโดย

 แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ

 



แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

  • จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
  • ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ
    ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม
    จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา
  • ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน
    ก่อตั้งเป็น "ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist"น้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล

    ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล

    ปัจจุบัน

  • อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Clinic และ Dr.Ouise Eye Specialist
  • ทีมบริหาร ร้านแว่นตา the NEXT

 

สาขาของเรา

 

Dr.Ouise Eye Clinic

DR.OUISE EYE CLINIC

ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 92 ตำบลประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130

เวลาเปิดปิด: 10.0018.00 น.

โทร: 090-224-5168

Dr.Ouise Eye Specialist Fashion Island

DR.OUISE EYE SPECIALIST

ที่ตั้ง: ห้าง Fashion Island ชั้น 2 ห้องเลขที่ 2040B
เลขที่ 587,589,589/7-9 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 10230

เวลาเปิดปิด: 10.0022.00 น.

โทร: 095-386-6361


บทความที่เกี่ยวข้อง
เลนส์ย่อบาง คืออะไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับสายตา
หากใส่แว่นแล้วรู้สึกหนัก ปวดจมูก ขอบเลนส์หนาเตอะจนเสียบุคลิก การพิจารณาใช้เลนส์ย่อบางแทนเลนส์ทั่วไป เป็นหนึ่งคำตอบที่น่าสนใจ...
section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
28 มิ.ย. 2025
เปรียบเทียบเลนส์สายตาเด็ก Essilor Eyezen Kids vs Essilor Stellest แบบไหนใช่สำหรับลูก
ถ้าลูกเริ่มมีค่าสายตา หรือสายตาสั้นเพิ่มขึ้นเร็ว การเลือกเลนส์ไม่ใช่แค่ “มองชัด” อีกต่อไป บทความนี้จะพาเปรียบเทียบ Essilor Eyezen Kids vs Stellest แบบละเอียด เข้าใจง่าย อ่านจบตัดสินใจได้เลย
section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
7 พ.ค. 2026
เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดี คมชัดทุกระยะ ปรับตัวง่าย อัปเดตล่าสุด
เริ่มมีปัญหาสายตายาวตามอายุ มองใกล้หรือไกลก็ไม่ชัด อยากตัดแว่นโปรเกรสซีฟ..
section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
19 เม.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy