จักษุแพทย์แนะนำ ต้อกระจก ควรเลือกแว่นแบบไหนให้ตอบโจทย์?

จักษุแพทย์แนะนำ ต้อกระจก ควรเลือกแว่นแบบไหนให้ตอบโจทย์?
หมออุ๊ยเองนะคะ ... วันนี้หมออยากชวนคุยเรื่องต้อกระจก ที่จริง ๆ แล้วเป็นโรคที่ใกล้ตัวมาก โดยเฉพาะในคนที่อายุมากขึ้น หลายคนอาจเริ่มรู้สึกว่ามองไม่ค่อยชัด เหมือนมีหมอกบัง หรือขับรถกลางคืนลำบากขึ้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร ซึ่งนอกจากการรักษาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หมออยากให้ความสำคัญมาก ๆ คือ “การเลือกแว่นตาให้เหมาะกับอาการ” เพราะถ้าเลือกถูก จะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น และสบายตามากขึ้นแบบรู้สึกได้เลยค่ะ
หัวข้อที่ หมออุ๊ย อยากเล่าให้ฟัง
- จักษุแพทย์อธิบาย ต้อกระจกคืออะไร?
- จักษุแพทย์ชวนเข้าใจ สาเหตุของต้อกระจก เกิดจากอะไร?
- จักษุแพทย์เตือนสัญญาณ อาการแบบไหนที่บอกว่า “อาจเป็นต้อกระจก”?
- จักษุแพทย์ชวนเจาะลึก! ระดับความรุนแรงของต้อกระจกที่ควรรู้
- เลือกแว่นตาแบบไหน ให้เหมาะกับผู้ป่วยต้อกระจก เคล็ดลับจากจักษุแพทย์
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต้อกระจก
จักษุแพทย์อธิบาย ต้อกระจกคืออะไร?
ต้อกระจก เป็นความผิดปกติของดวงตาที่เกิดจาก “เลนส์ตา” ที่ปกติจะมีลักษณะใส ทำหน้าที่สำคัญในการรวมแสงให้ตกลงบนจอประสาทตาแบบพอดี แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีปัจจัยบางอย่างเข้ามากระทบ เลนส์ตาก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เลนส์ค่อย ๆ ขุ่นขึ้น จากที่เคยใสเหมือนกระจก กลายเป็นลักษณะเหมือนกระจกที่มีฝ้า ส่งผลให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าไปได้เต็มที่
ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ
- ภาพที่เห็น “ไม่คมชัด”
- มองเหมือนมีหมอกหรือฝ้าบัง
- ความคมชัดของภาพลดลง แม้ใส่แว่นแล้วก็ตาม
จากที่หมอตรวจสุขภาพตาคนไข้มาจำนวนมาก พบว่า ต้อกระจกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 50 ปีขึ้นไป และถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการมองเห็นที่ลดลงในระยะยาว แต่ข้อสำคัญคือ หากตรวจพบเร็ว และดูแลอย่างเหมาะสม ก็สามารถชะลออาการและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
จักษุแพทย์ชวนเข้าใจ สาเหตุของต้อกระจก เกิดจากอะไร?
สาเหตุหลักของต้อกระจก เกิดจาก “ความเสื่อมของโปรตีนในเลนส์ตา” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เลนส์ใส เมื่อโปรตีนเกิดการเสื่อมสภาพ จะรวมตัวกันเป็นก้อนเล็ก ๆ ทำให้เลนส์ตาขุ่น แข็ง และสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลต่อการโฟกัสภาพโดยตรง
แบ่งสาเหตุออกได้เป็นหลายกลุ่ม ได้แก่
1. ความเสื่อมตามอายุ
เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดค่ะ โดยมักเริ่มชัดเจนในช่วงคนอายุ 50 ปีขึ้นไป และเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย อาจไม่สามารถเลี่ยงได้ในบางราย
2. อุบัติเหตุทางดวงตา
เช่น การกระแทกแรง ถูกของมีคมบาดดวงตา หรืออุบัติเหตุที่ทำให้โครงสร้างเลนส์เสียหาย
3. โรคทางตาและโรคทางกาย
การอักเสบภายในลูกตา โรคเบาหวาน (มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป) รวมไปถึงการใช้ยาบางชนิด เช่น การใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานาน ก็มีความเสี่ยงต่อภาวะต้อกระจกเช่นกัน
4. สาเหตุอื่น ๆ
เช่น ต้อกระจกแต่กำเนิด ปัจจัยทางพันธุกรรม และการได้รับรังสี UV เป็นเวลานานโดยไม่ป้องกัน

จักษุแพทย์เตือนสัญญาณ อาการแบบไหนที่บอกว่า “อาจเป็นต้อกระจก”?
ต้อกระจกเป็นโรคที่มีลักษณะ “ค่อย ๆ เป็น” และอาการจะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามระยะของโรค โดยคนส่วนใหญ่จะไม่อาการปวดตาหรือการอักเสบ ทำให้หลายคนมักไม่ทันสังเกตในระยะแรก สำหรับอาการที่พบบ่อย ได้แก่
การมองเห็นเปลี่ยนไป
- มองเห็นภาพมัว พร่ามัว คล้ายมีฝ้าหรือหมอกบัง
- แม้ใส่แว่นตาเพื่อแก้ไขปัญหาสายตา แต่ภาพกลับไม่คมชัดเท่าที่ควร
- ความคมชัดลดลงเรื่อย ๆ แบบหาสาเหตุไม่ได้
ความผิดปกติของแสง
- เห็นแสงฟุ้งกระจาย (glare / halo)
- แพ้แสง ตาสู้แสงไม่ได้ หรือทนแสงจ้าได้น้อยลง จนใช้ชีวิตลำบาก
- ขับรถกลางคืนลำบาก โดยเฉพาะเวลาเจอไฟหน้ารถ
- มองเห็นภาพซ้อน โฟกัสภาพไม่ตรงจุด
ค่าสายตาเปลี่ยนบ่อย
- สายตาสั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย
- บางคนที่มีภาวะสายตายาวตามวัย แต่กลับ “อ่านใกล้ได้ดีขึ้น” โดยไม่ต้องใส่แว่น
การรับรู้สีผิดเพี้ยน
- สีดูซีดลง เหลืองลง
- ต้องการแสงมากขึ้นในการมองเห็น
จักษุแพทย์อยากเน้นว่า หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรรีบตรวจตา เพื่อประเมินระดับของต้อกระจก และวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสมค่ะ
หากมีอาการเหล่านี้ หมอแนะนำให้ตรวจสุขภาพตาโดยละเอียดตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ และหมอมักแนะนำให้คนไข้ตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะบางสาเหตุสามารถป้องกันหรือชะลอต้อกระจก ให้แสดงอาการช้าลง หรือแสดงน้อยที่สุดได้ค่ะ
จักษุแพทย์ชวนเจาะลึก! ระดับความรุนแรงของต้อกระจกที่ควรรู้
ต้อกระจกสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ๆ ซึ่งมีความรุนแรงและผลต่อการมองเห็นแตกต่างกัน
ระยะเริ่มต้น
เป็นระยะที่ยังไม่แสดงอาการมากนัก แต่จะมีความรู้สึกว่าการมองเห็นเริ่มไม่คมเหมือนเมื่อก่อน มองเห็นแสงฟุ้งเล็กน้อย ยังสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ซึ่งโดยทั่วไปหากไม่ได้มีการตรวจตาที่ร้านตัดแว่นโดยจักษุแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วยมักจะไม่รู้ตัวค่ะ
ระยะปานกลาง

เลนส์ตาเริ่มมีความขุ่นเพิ่มขึ้นชัดเจน มองเห็นมัวมากขึ้น หรือมีปัญหาค่าสายตาเปลี่ยนบ่อย แม้จะตัดแว่นสายตาใหม่ก็จะช่วยให้มองเห็นดีขึ้น แต่ยังไม่คมชัด 100% ค่ะ ซึ่งปกติระยะนี้หมอจะยังไม่แนะนำให้ผ่าตัดต้อกระจก แต่จะแนะนำให้ใส่แว่นตาเพื่อชะลออาการ และต้องมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
ระยะรุนแรง (ต้อกระจกสุก)

เลนส์ขุ่นมากจนแสงผ่านแทบไม่ได้ อาจเห็นสีขาวบริเวณรูม่านตา (ปกติควรเป็นสีดำ) และการมองเห็นลดลงอย่างมาก ซึ่งหากตรวจกับหมอตาแล้วมีการประเมิน ว่าพื้นที่ต้อกระจกมีมากถึง 50% ขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดต้อกระจกค่ะ เพราะหากปล่อยไว้นาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ต้อหิน การอักเสบภายในลูกตา ปวดตา ตาแดง หรืออาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นถาวรในบางกรณี
เลือกแว่นตาแบบไหน ให้เหมาะกับผู้ป่วยต้อกระจก เคล็ดลับจากจักษุแพทย์
การเลือกแว่นตาสำหรับผู้ที่มีต้อกระจก “สำคัญมาก” เพราะช่วยลดอาการรบกวน และเพิ่มคุณภาพการมองเห็นในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น
เลนส์ออกแดดเปลี่ยนสี (Photochromic / Transition)
เหมาะสำหรับ คนที่มีอาการแพ้แสง หรือทนแสงจ้านาน ๆ ไม่ได้
จุดเด่น:
- ปรับความเข้มตามแสงอัตโนมัติ
- ช่วยลดแสงจ้าเมื่ออยู่กลางแจ้ง
- เพิ่มความสบายตาอย่างเห็นได้ชัด
เลนส์เคลือบสำหรับขับรถ (Drive coating)
เหมาะสำหรับ คนที่เห็นแสงไฟแตก ฟุ้งกระจาย และรู้สึกขับรถกลางคืนลำบาก
จุดเด่น:
- ลดแสงสะท้อนจากไฟหน้ารถ
- ลด glare และ halo ที่อาจทำให้เกิดอันตรายขณะขับรถ
- ทำให้มองเห็นชัดขึ้นในที่แสงน้อย
เลนส์ใสเคลือบลดแสงสะท้อน (Anti-Reflective coating)
เหมาะสำหรับ คนที่มองเห็นภาพไม่คมชัด สีเพี้ยน และต้องการแสงมากขึ้น มีผิวโค้ตบางประเภท จะช่วยเพิ่ม contrast ทำให้การมองเห็นสีใกล้เคียงความจริงมากขึ้น
จุดเด่น:
- เพิ่มการส่งผ่านของแสงเข้าสู่ดวงตา
- ภาพคมชัดขึ้น สีใกล้เคียงธรรมชาติ
- ลดแสงสะท้อนจากหน้าจอและแหล่งกำเนิดแสง


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต้อกระจกและแว่นตา
Q1: เป็นต้อกระจก ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยไหม?
A: โดยทั่วไปมีโอกาสต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้นค่ะ เพราะค่าสายตาอาจเปลี่ยนตามความขุ่นของเลนส์ แต่หมอแนะนำให้ตรวจสายตา และสุขภาพตาเป็นระยะ เพื่อปรับแว่นให้เหมาะสมกับอาการปัจจุบันที่สุด
Q2: แว่นช่วยรักษาต้อกระจกได้ไหม?
A: แว่นไม่สามารถรักษาให้ต้อกระจกหายได้ค่ะ แต่ช่วยปรับคุณภาพการมองเห็นให้ดีขึ้น และใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นในระยะที่ยังไม่ต้องผ่าตัด
Q3: ควรเลือกเลนส์แบบไหนดี ถ้าขับรถกลางคืนบ่อย?
A: แนะนำเลนส์ที่มีการเคลือบลดแสงสะท้อนสำหรับขับรถโดยเฉพาะ จะช่วยลดแสงฟุ้งจากไฟหน้ารถ ทำให้มองเห็นชัดและปลอดภัยมากขึ้นค่ะ
Q4: ต้อกระจกต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
A: ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนค่ะ หากอาการยังไม่รบกวนชีวิตประจำวัน สามารถใช้แว่นช่วยได้ก่อน แต่หากมองไม่ชัดจนกระทบการใช้ชีวิตหรือต้อกระจกแข็งมากพอ จักษุแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัด
Q5: ตรวจต้อกระจกควรตรวจบ่อยแค่ไหน?
A: แนะนำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะคนอายุ 40–50 ปีขึ้นไป หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวานค่ะ

บทสรุป
ต้อกระจกเป็นภาวะที่เกิดจากความขุ่นของเลนส์ตา ส่งผลให้การมองเห็นลดลงเรื่อย ๆ และแม้จะเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ แต่หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ทั้งการติดตามอาการ การเลือกแว่นตาที่เหมาะสม และการรักษาในเวลาที่เหมาะสม ก็สามารถช่วยให้ยังใช้สายตาได้ปกติค่ะ
ภาวะต้อกระจกเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิดนะคะ หมออยากแนะนำให้ทุกคนตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี เพื่อเช็กความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสม ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก เรามีจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลอย่างครบวงจร พร้อมช่วยเลือกแว่นตาที่เหมาะกับปัญหาสายตาของแต่ละคน เพื่อให้คุณมองเห็นได้ชัด สบายตา และมีสุขภาพตาที่ดีในระยะยาวค่ะ
จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ

แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
- จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
- ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ
ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม
จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา - ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน
ก่อตั้งเป็น "ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist" เน้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล
ประวัติการศึกษา
- แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล
ปัจจุบัน
- อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
- ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Clinic และ Dr.Ouise Eye Specialist
- ทีมบริหาร ร้านแว่นตา the NEXT
สาขาของเรา

DR.OUISE EYE CLINIC
ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 92 ตำบลประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130
เวลาเปิดปิด: 10.0018.00 น.
โทร: 090-224-5168

DR.OUISE EYE SPECIALIST
ที่ตั้ง: ห้าง Fashion Island ชั้น 2 ห้องเลขที่ 2040B
เลขที่ 587,589,589/7-9 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 10230
เวลาเปิดปิด: 10.0022.00 น.
โทร: 095-386-6361
แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)


