แชร์

ตรวจสายตาที่ไหนดี? ทำไมต้องตรวจสายตาเป็นประจำ ประโยชน์ที่ใครหลายคนอาจยังไม่เคยรู้

section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
อัพเดทล่าสุด: 5 มิ.ย. 2026
31 ผู้เข้าชม

ตรวจสายตาที่ไหนดี? ทำไมต้องตรวจสายตาเป็นประจำ ประโยชน์ที่ใครหลายคนอาจยังไม่เคยรู้

 

หมออุ๊ยเองนะคะ… อย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าดวงตาเป็นอวัยวะที่เราต้องใช้งานแทบตลอดทั้งวัน แต่กลับเป็นสิ่งที่หลายคนมักดูแลน้อยกว่าที่ควรค่ะ เพราะในชีวิตประจำวัน เราอาจคุ้นชินกับการมองเห็นแบบเดิม จนบางครั้งความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของสายตาเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันสังเกต ไม่ว่าจะเป็นการมองไม่คมเหมือนเดิม ปวดตา หรือรู้สึกตาล้าเวลาทำงานหน้าจอ

หมอเลยอยากชวนทุกคนกลับมาใส่ใจสุขภาพตามากขึ้น โดยเฉพาะ “การตรวจสายตาเป็นประจำ” ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องมองชัด แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพดวงตาในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

 


การตรวจสายตา คืออะไร? จักษุแพทย์มีคำตอบ

 

การตรวจวัดสายตา คือกระบวนการประเมินทั้งการมองเห็น และสุขภาพของดวงตาแบบภาพรวม ไม่ได้มีเพียงแค่การวัดค่าสายตาเพื่อเลือกแว่นสายตาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจโครงสร้างสำคัญภายในดวงตาด้วย ซึ่งโดยทั่วไป การตรวจสายตาที่ครบถ้วนจะประกอบไปด้วย

  • การวัดค่าสายตา เช่น สายตาสั้น ยาว เอียง
  • การประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อตา
  • การตรวจสุขภาพจอประสาทตา
  • การวัดความดันลูกตา

สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของสุขภาพตาได้ชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น การเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลตรวจวัดสายตา จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่ควรพิจารณาถึงความครบถ้วนของการตรวจ และความเชี่ยวชาญของผู้ดูแลร่วมด้วยค่ะ

 

  

 

จักษุแพทย์แนะนำ ทำไมต้องตรวจสายตาเป็นประจำ?

การตรวจสายตาเป็นประจำ (Routine Eye Examination) เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่สำคัญมากค่ะ เพราะดวงตาไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนสุขภาพของร่างกายหลายระบบ โดยเฉพาะระบบหลอดเลือดและระบบประสาทที่มีความสำคัญ นอกจากนี้การตรวจสายตาอย่างสม่ำเสมอ ยังมาพร้อมข้อดีหลายข้อเลยค่ะ

1. เพื่อคัดกรองโรคตาที่ไม่แสดงอาการในระยะแรก : 

โรคตาหลายชนิดมักไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก เช่น ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม หรือเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ดังนั้น การวัดสายตาและตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ จึงช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว และเริ่มการดูแลรักษาได้ทันเวลา ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการรักษาการมองเห็นในระยะยาวค่ะ

2. เพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นแบบถาวร :

โครงสร้างบางส่วนของดวงตา เช่น เส้นประสาทตา หรือจอประสาทตา เมื่อเกิดความเสียหายแล้ว มักไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ การตรวจอย่างสม่ำเสมอจึงเปรียบเสมือนการ “เฝ้าระวัง” เพื่อป้องกันไม่ให้โรคลุกลามจนกระทบต่อการมองเห็นถาวร

 

 



3. เพื่อประเมินสุขภาพของร่างกายโดยรวม :

ดวงตาเป็นหนึ่งในอวัยวะไม่กี่ส่วนที่เราสามารถมองเห็นหลอดเลือดขนาดเล็กได้โดยตรง ดังนั้นการตรวจจอประสาทตาจึงช่วยให้แพทย์ประเมินโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหลอดเลือดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และในบางกรณี ความผิดปกติเหล่านี้ยังสามารถตรวจพบได้ก่อนการวินิจฉัยด้วยวิธีอื่น ๆ อีกด้วยค่ะ

4. เพื่อแก้ไขความผิดปกติของการมองเห็น :

ภาวะสายตาผิดปกติ เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงทำให้เกิดอาการปวดตาและปวดศีรษะได้ ดังนั้นการตรวจสายตาช่วยให้จักษุแพทย์ สามารถปรับแก้ด้วยแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ

 

5. เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน :

พฤติกรรมในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานาน มักส่งผลให้เกิดอาการล้าสายตา ตาแห้ง หรือระคายเคืองได้ และแม้ว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ดิจิทัล ก่อให้เกิดความเสียหายต่อจอประสาทตาโดยตรง แต่หากสะสมเป็นเวลานานก็อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้เช่นกัน การตรวจติดตามสุขภาพตาเป็นระยะจึงมีความสำคัญค่ะ

 

   

จักษุแพทย์แนะนำ ควรตรวจตาบ่อยแค่ไหน?

 

หมอต้องบอกก่อนว่า ความถี่ในการตรวจสายตา ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ “มีอาการหรือไม่” เท่านั้นนะคะ แต่ยังเกี่ยวข้องกับช่วงวัย ลักษณะการใช้สายตา และความเสี่ยงด้านสุขภาพของแต่ละบุคคลด้วย ซึ่งในทางจักษุวิทยา เรามองว่าการตรวจสายตาเป็น “การติดตามสุขภาพ” อย่างต่อเนื่อง ไม่ต่างจากการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะดวงตามีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และหลายครั้งความผิดปกติ อาจค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

หมอเลยอยากแนะนำให้ปรับความถี่ของการตรวจสายตาให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุ ดังนี้ค่ะ

เด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปี)

  • ในช่วงวัยเด็ก โดยเฉพาะวัยเรียน เป็นช่วงที่ระบบการมองเห็นยังพัฒนาไม่เต็มที่ และมีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาได้ค่อนข้างเร็วค่ะ และยังมีความเสี่ยงภาวะสายตาสั้นในเด็กอย่างรวดเร็ว ที่หากไม่ได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด อาจส่งผลต่อการเรียนรู้ และพัฒนาการด้านการมองเห็นในระยะยาว
  • จักษุแพทย์จึงแนะนำให้ตรวจสายตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และในบางกรณี เช่น เด็กที่สายตาสั้นเพิ่มเร็ว หรือมีความเสี่ยง อาจจำเป็นต้องติดตามถี่มากขึ้นค่ะ

วัยทำงาน (อายุระหว่าง 18–40 ปี)

  • ในวัยนี้ แม้โครงสร้างดวงตาจะค่อนข้างคงที่ แต่พฤติกรรมการใช้สายตากลับมีผลอย่างมาก โดยเฉพาะการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน จนหลายคนอาจเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตา ตาล้า มองไม่ชัดช่วงเย็น หรือมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย ซึ่งอาจเกิดจากค่าสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย หรือภาวะตาล้าจากการเพ่งนาน ๆ
  • หากไม่มีอาการผิดปกติ สามารถตรวจทุก 1–2 ปีได้ค่ะ แต่ถ้ามีการใช้สายตาหนัก หรือเริ่มมีอาการไม่สบายตา หมอแนะนำให้ตรวจปีละครั้ง จะช่วยให้สามารถปรับค่าสายตา และลดอาการได้ตรงจุดมากขึ้น

 

 

อายุ 40 ปีขึ้นไป

  • ช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่หลายคนเริ่มมี “สายตายาวตามวัย” ซึ่งเกิดจากความยืดหยุ่นของเลนส์ตาที่ลดลง ทำให้โฟกัสระยะใกล้ได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่ความเสี่ยงของโรคตาหลายชนิดเริ่มเพิ่มขึ้น เช่น ต้อหิน ต้อกระจก หรือจอประสาทตาเสื่อม
  • แนะนำให้ตรวจสายตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อประเมินทั้งค่าสายตาและสุขภาพตาโดยรวม รวมถึงเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่แสดงอาการในระยะแรกค่ะ

ผู้ที่มีโรคประจำตัว

  • สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง กลุ่มนี้ถือว่าเป็น “กลุ่มเสี่ยง” ต่อโรคทางตาโดยตรงค่ะ โดยเฉพาะภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ซึ่งในระยะแรกอาจไม่มีอาการ แต่สามารถส่งผลต่อการมองเห็นอย่างรุนแรงได้ หากไม่ได้รับการตรวจติดตาม
  • แนะนำให้ตรวจสายตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และในบางรายอาจต้องตรวจถี่มากขึ้นตามดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

  

 
เริ่มต้นสุขภาพตาที่ดี เริ่มที่ Dr.Ouise Eye Clinic


วิธีเตรียมตัวก่อนตรวจสายตา ตามคำแนะนำของจักษุแพทย์

 

การเตรียมตัวก่อนตรวจสายตา แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มีผลต่อความแม่นยำของผลตรวจอย่างมากค่ะ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องวัดค่าสายตาเพื่อนำไปร้านตัดแว่นโดยจักษุแพทย์ หรือวางแผนการรักษา หมอขอแนะนำวิธีเตรียมตัวง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ก่อนเข้ารับการตรวจ ดังนี้ค่ะ

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับที่เพียงพอจะช่วยลดความล้าของกล้ามเนื้อตา ทำให้ผลการวัดค่าสายตามีความเสถียรมากขึ้น
  2. หลีกเลี่ยงการใช้สายตาหนักก่อนตรวจ เช่น การจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะล้าสายตาชั่วคราว ส่งผลให้ค่าสายตาคลาดเคลื่อนได้ค่ะ
  3. ถอดคอนแทคเลนส์ล่วงหน้า โดยเฉพาะเลนส์ชนิดแข็ง ควรถอดก่อนตรวจตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้กระจกตากลับสู่สภาพปกติค่ะ
  4. นำแว่นสายตาเดิมมาด้วยทุกครั้ง เพื่อให้จักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตร สามารถเปรียบเทียบค่าสายตาเดิมกับปัจจุบัน และประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
  5. สังเกตอาการผิดปกติของตัวเอง เช่น มองไม่ชัดในบางระยะ ปวดตา แสบตา หรือเห็นภาพซ้อน การเล่ารายละเอียดเหล่านี้ จะช่วยให้การตรวจมีความแม่นยำและตรงจุดมากขึ้น


 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจสายตา

Q1: จำเป็นแค่ไหนที่ต้องตรวจสายตาเป็นประจำทุกปี?


A: การตรวจสายตาเป็นประจำถือว่าสำคัญมากค่ะ เพราะความผิดปกติของดวงตาหลายอย่าง โดยเฉพาะโรคตาบางชนิด มักไม่แสดงอาการในระยะแรก การตรวจเป็นประจำช่วยให้เจอความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และวางแผนดูแลได้ทันเวลา

Q2: ถ้าไม่มีอาการผิดปกติเลย ยังต้องตรวจสายตาไหม?


A: แม้จะไม่มีอาการผิดปกติ ก็ยังควรตรวจสายตาเป็นระยะค่ะ เพราะการมองเห็นปกติ ไม่ได้แปลว่าสุขภาพตาปกติเสมอไป โรคบางอย่าง เช่น ต้อหิน หรือเบาหวานขึ้นจอประสาทตา อาจค่อย ๆ พัฒนาโดยไม่ทำให้รู้สึกผิดปกติในช่วงแรก การตรวจสายตาจึงช่วยคัดกรองความเสี่ยงเหล่านี้ และช่วยให้เรามั่นใจในสุขภาพตาของตัวเองมากขึ้น

Q3: การตรวจสายตาแต่ละครั้ง ตรวจอะไรบ้าง?


A: การตรวจสายตาที่ครบถ้วน จะไม่ได้มีแค่การวัดค่าสายตาเพื่อเลือกแว่นนะคะ แต่ยังรวมถึงการตรวจสุขภาพตาโดยรวมด้วย เช่น การตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อตา การวัดความดันลูกตา การตรวจจอประสาทตา และการประเมินโครงสร้างภายในดวงตา ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้สามารถประเมินได้ทั้งเรื่องการมองเห็น และความเสี่ยงของโรคตาค่ะ

Q4: ตรวจสายตาบ่อยเกินไป มีผลเสียไหม?


A: โดยทั่วไป การตรวจสายตาไม่ได้มีผลเสียค่ะ เพราะเป็นการตรวจที่ปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตา ในบางกรณี เช่น เด็กที่สายตาเปลี่ยนเร็ว หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อาจจำเป็นต้องตรวจบ่อยกว่าปกติ ซึ่งถือว่าเป็นการดูแลเชิงป้องกัน และช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว

Q5:  ควรเลือกตรวจสายตาแบบไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง?


A: สิ่งสำคัญคือควรเลือกการตรวจที่ “ครอบคลุม” ทั้งค่าสายตาและสุขภาพตา หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตา มองไม่ชัด หรือมีโรคประจำตัว ควรเลือกสถานที่ที่มีจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญดูแล เพื่อให้ได้รับการประเมินอย่างละเอียดและถูกต้อง


 


  
 


 

บทสรุป 

การตรวจสายตาเป็นประจำ เป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพที่เรียบง่ายแต่มีความสำคัญมาก เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนเพียงอย่างเดยว แต่ยังช่วยคัดกรองโรคบางชนิด ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว ดังนั้นการเริ่มต้นดูแลดวงตา อาจเริ่มจากการตรวจสายตาปีละครั้งอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมากแล้วค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาว่า “ตรวจสายตาที่ไหนดี?” ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก เรามีบริการตรวจคัดกรองค่าสายตา และตรวจสุขภาพตาแบบครบวงจร ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญ หมอและทีมงานตั้งใจดูแลอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าดวงตาของคุณจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และปลอดภัยตามมาตรฐาน

   

  

 

Dr.Ouise พร้อมช่วยดูแลใส่ใจในสุขภาพดวงตาของทุกคน เพื่อประสิทธิภาพการมองเห็น ที่คมชัดยิ่งขึ้นกว่าเดิม

   



 

 

บทความโดย

 แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ

 



แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

  • จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
  • ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ
    ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม
    จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา
  • ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน
    ก่อตั้งเป็น "ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist"น้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล

    ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล

    ปัจจุบัน

  • อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Clinic และ Dr.Ouise Eye Specialist
  • ทีมบริหาร ร้านแว่นตา the NEXT

 

สาขาของเรา

 

Dr.Ouise Eye Clinic

DR.OUISE EYE CLINIC

ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 92 ตำบลประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130

เวลาเปิดปิด: 10.0018.00 น.

โทร: 090-224-5168

Dr.Ouise Eye Specialist Fashion Island

DR.OUISE EYE SPECIALIST

ที่ตั้ง: ห้าง Fashion Island ชั้น 2 ห้องเลขที่ 2040B
เลขที่ 587,589,589/7-9 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 10230

เวลาเปิดปิด: 10.0022.00 น.

โทร: 095-386-6361


บทความที่เกี่ยวข้อง
อายุเข้าเลข 4 มองไม่ชัด? ตัดแว่นสายตายาวแบบไหนตอบโจทย์ที่สุด
อายุ 40+ เริ่มมองใกล้ไม่ชัด? อาจถึงเวลาตัดแว่นสายตายาว ทำความเข้าใจ สายตายาวตามวัยคืออะไร? พร้อมวิธีเลือกแว่นตาให้เหมาะ เพื่อการมองเห็นที่คมชัดและสบายตาอีกครั้ง
section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
12 มิ.ย. 2025
เลนส์แว่นตาหลังทำเลสิก จักษุแพทย์แนะนำ ควรเลือกแบบไหน มั่นใจทุกการมองเห็น
หลายคนเข้าใจว่าเลสิกแล้วไม่ต้องพึ่งแว่นอีกต่อไป แต่ในความเป็นจริงเลนส์แว่นตา ยังมีบทบาทสำคัญมาก
section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
28 พ.ค. 2026
สายตายาวคืออะไร? เข้าใจสาเหตุ อาการ และการรักษา
สายตายาว เป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของการหักเหแสงเข้าสู่จอประสาทตา...
section3_pic1_2x.webp แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
27 มี.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy