ตาแห้ง ปัญหากวนใจ ไขสาเหตุ พร้อมวิธีแก้ไข โดยจักษุแพทย์

ตาแห้ง ปัญหากวนใจ ไขสาเหตุ พร้อมวิธีแก้ไข โดยจักษุแพทย์
หมออุ๊ยเองนะคะ... วันนี้หมออยากชวนคุยเรื่อง “โรคตาแห้ง” ปัญหาที่หลายคนเป็นโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในยุคที่เราใช้สายตากับหน้าจอแทบทั้งวัน คนไข้หลายคนมาหาหมอด้วยอาการแสบตา เคืองตา น้ำตาไหล หรือมองไม่ชัดเป็นพัก ๆ บทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นเหตุ ไปจนถึงวิธีดูแลรักษาแบบเข้าใจง่าย อ่านจบแล้วจะดูแลดวงตาตัวเองได้ดีขึ้นแน่นอนค่ะ
หัวข้อที่ หมออุ๊ย อยากเล่าให้ฟัง
- ตาแห้งคืออะไร? จากมุมมองของจักษุแพทย์
- สาเหตุของภาวะตาแห้งที่จักษุแพทย์พบบ่อย
- อาการตาแห้งที่จักษุแพทย์ใช้ประเมิน
- แนวทางการรักษาตาแห้งตามคำแนะนำของจักษุแพทย์
- อาการตาแห้งอันตรายไหม? คำอธิบายจากจักษุแพทย์
- เมื่อไหร่ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาแห้ง
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตาแห้ง
ตาแห้งคืออะไร? จากมุมมองของจักษุแพทย์
ตาแห้ง (Dry Eye Disease) เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่เราต้องใช้สายตาอย่างหนัก เป็นภาวะที่เกิดจาก “ความไม่เสถียรของฟิล์มน้ำตา” ร่วมกับ “การอักเสบของผิวตา” ซึ่งส่งผลให้ดวงตาไม่สามารถรักษาความชุ่มชื้นได้ตามปกติ
โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ
1. ตาแห้งจากการผลิตน้ำตาน้อยลง
ภาวะนี้เกิดจาก “ต่อมน้ำตา” ไม่สามารถผลิตน้ำตาได้เพียงพอต่อความต้องการของดวงตา ส่งผลให้ผิวตาขาดความชุ่มชื้น และเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย จะพบได้บ่อยมากในกลุ่มคนเหล่านี้
- ผู้สูงอายุ ที่ต่อมน้ำตาทำงานลดลงตามวัย
- ผู้ป่วยโรคบางชนิด (กลุ่มโรคภูมิต้านตนเอง) ที่มีผลต่อการทำงานของต่อมน้ำตาโดยตรง ทำให้เกิดภาวะตาแห้งร่วมกับอาการปากแห้งได้
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยาขับปัสสาวะ ยารักษาโรคซึมเศร้า ฯลฯ ยากลุ่มเหล่านี้สามารถลดการหลั่งน้ำตา ส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งแบบที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตได้เลยค่ะ
ดังนั้น หากมีอาการตาแห้งเรื้อรัง และมีประวัติการใช้ยา ควรแจ้งจักษุแพทย์ทุกครั้ง เพื่อช่วยประเมินหาสาเหตุได้อย่างแม่นยำมากขึ้นะ

2. ตาแห้งจากการระเหยของน้ำตาเร็วเกินไป
เกิดจากน้ำตาระเหยออกจากผิวตาเร็วเกินไป แม้ว่าร่างกายจะยังสามารถผลิตน้ำตาได้ตามปกติ โดยสาเหตุสำคัญที่พบบ่อย คือ
- ความผิดปกติของต่อมไขมันบริเวณขอบเปลือกตา (Meibomian Gland Dysfunction) ซึ่งต่อมไขมันมีหน้าที่สร้างชั้นไขมันของฟิล์มน้ำตา หากทำงานผิดปกติ จะทำให้น้ำตาระเหยเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งเรื้อรัง
- ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมก็มีบทบาทอย่างมาก เช่น การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน การนั่งในที่ที่มีลมพัดโดยตรง สภาพอากาศที่แห้ง รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน ซึ่งอาจรบกวนการกระจายตัวของน้ำตา และเพิ่มการระเหยของฟิล์มน้ำตาได้
- การกระพริบตาที่ลดลง โดยเฉพาะเวลาจ้องหน้าจอ ทำให้น้ำตาไม่ถูกกระจายอย่างสม่ำเสมอ และระเหยเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

Tips น่ารู้ : ฟิล์มน้ำตา 3 ชั้น (หัวใจสำคัญของดวงตา)
ฟิล์มน้ำตา (Tear Film) ไม่ใช่แค่น้ำธรรมดา แต่ประกอบด้วย 3 ชั้นสำคัญ ได้แก่
- ชั้นไขมัน (Lipid Layer) : เป็นชั้นที่อยู่นอกสุดของดวงตา ช่วยลดการระเหยของน้ำตา หล่อลื่นดวงตาขณะกระพริบ ถ้าชั้นนี้ผิดปกติ น้ำตาจะระเหยเร็วขึ้นกว่าเดิม
- ชั้นน้ำ (Aqueous Layer) : เป็นชั้นกลางที่มีความหนาที่สุด ทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้น หล่อเลี้ยงผิวตา และยังช่วยล้างสิ่งสกปรกที่เข้าสู่ดวงตา
- ชั้นเมือก (Mucin Layer) : ชั้นในสุดที่สัมผัสกับผิวกระจกตา ช่วยให้น้ำตากระจายตัวเกาะบนผิวตาได้ดี และเพิ่มการมองเห็นที่คมชัด
หากชั้นใดชั้นหนึ่งผิดปกติ จะทำให้ฟิล์มน้ำตา “ไม่เสถียร” และเกิดอาการตาแห้งตามมา
สาเหตุของภาวะตาแห้งที่จักษุแพทย์พบบ่อย
ภาวะตาแห้งไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
- อายุที่มากขึ้น ทำให้การผลิตน้ำตาลดลง
- การขาดวิตามินเอ และโอเมก้า 3 ซึ่งสำคัญต่อสุขภาพผิวตา
- โรคประจำตัว เช่น โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไทรอยด์ หรือ ต้อเนื้อ
- ภาวะขาดฮอร์โมนแอนโดรเจน
- การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
- ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยารักษาซึมเศร้า ยารักษาสิว ยาขับปัสสาวะ ยาคุมกำเนิด ฯลฯ
- การผ่าตัด เช่น เลสิก PRK ReLEx
- การฉายแสงรักษาโรค
- การใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานาน (กระพริบตาน้อยลง)
อาการตาแห้งที่จักษุแพทย์ใช้ประเมิน
- ไม่สบายตา หรือมีความรู้สึกเคืองในตา เหมือนมีฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ ทั้งๆที่ไม่มีอะไร
- ตาแดง หรือเกิดอาการแพ้แสง ตาสู้แสงไม่ได้ในบางครั้ง
- น้ำตาไหล เป็นกลไกชดเชยของดวงตา น้ำตาที่ไหลออกมาเป็นน้ำตาที่ไม่มีคุณภาพค่ะ
- มองภาพเบลอเป็นพัก ๆ รวมถึงมีอาการตาล้า ปวดตา โดยเฉพาะตอนใช้หน้าจอนาน
แนวทางการรักษาตาแห้งตามคำแนะนำของจักษุแพทย์
การรักษาตาแห้งควรเริ่มจากการหาสาเหตุ และตรวจสุขภาพตาเพื่อประเมินความรุนแรงเบื้องต้น โดยจักษุแพทย์
1. ปรับสภาพแวดล้อม
- หลีกเลี่ยงการนั่งในที่ลมโกรก หน้าลมแอร์หรือลมพัดตรงโดยตรง แต่หากมีความจำเป็น หมอแนะนำให้ป้องกันด้วยการใส่แว่นกันลมค่ะ
- หากมีการใช้งานหน้าจอเป็นเวลานาน แนะนำพักสายตาแบบ 20-20-20 คือพักสายตาทุก 20 นาที โดยมองไกลในระยะ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที
- ลดการใช้ยาที่กระตุ้นให้ตาแห้ง เช่น ยารักษาสิว เพื่อลดโอกาสตาแห้งให้น้อยลงะ

2. การใช้ยาเพื่อรักษา
- น้ำตาเทียมหยอดตา
- ยาลดการอักเสบ เช่น สเตียรอยด์ หรือ กลุ่มยากดภูมิ
- ยาละลายสารเมือก
- น้ำตาที่เป็นยาสกัดจากเลือดตนเอง (Autologous serum)
ยารับประทาน
- โอเมก้า 3
- ยาฆ่าเชื้อ เช่น Tetracycline
- ยาลดการอักเสบ
- ยากระตุ้นการสร้างน้ำตา
3. การผ่าตัด / การทำหัตถการอื่น ๆ
- อุดท่อน้ำตาด้วยไหมหรือซิลิโคนปลั๊ก
- การทำให้ท่อน้ำตาตันถาวร
- การเย็บเปลือกตาติดกัน
- การแก้ไขภาวะผิดปกติของเปลือกตา เช่น ตาปิดไม่สนิท
- การผ่าตัดเพื่อใช้เยื่อหุ้มรกคลุมผิวกระจกตา
4. การรักษาสาเหตุร่วม (รักษาภาวะที่มีส่วนทำให้เกิดอาการตาแห้ง) เช่น
- ต่อมไขมันอุดตันที่เปลือกตา : ประคบอุ่น และทำความสะอาดเปลือกตาอย่างถูกวิธี
- ไรขนตา : แนะนำเช็ดเปลือกตาด้วยสารสกัดจาก Tea Tree Oil
- มีปัญหาหลับตาไม่สนิท : ใช้เทปช่วยปิดเปลือกตา
อาการตาแห้งอันตรายไหม? คำอธิบายจากจักษุแพทย์
โดยทั่วไปปัญหาตาแห้งไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิตค่ะ แต่หมอก็แนะนำคนไข้ของหมอเสมอว่า “ไม่ควรมองข้าม” เพราะหากปล่อยไว้นาน โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพตาในหลายระดับ
ความอันตรายของภาวะตาแห้ง สามารถแบ่งได้คร่าว ๆ ดังนี้
- ระยะเริ่มต้น มีอาการระคายเคือง แสบตา เคืองตา ส่งผลให้รู้สึกไม่สบายตา และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
- ระยะปานกลาง ฟิล์มน้ำตาเริ่มทำงานไม่เต็มที่ ส่งผลให้มองเห็นไม่ชัดเป็นช่วง ๆ ตาล้า และอาจเริ่มมีการอักเสบของผิวตา
- ระยะรุนแรง อาจเกิดแผลที่กระจกตา (Corneal ulcer) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และทำให้ปวดตามากขึ้น
- ระยะที่มีภาวะแทรกซ้อน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรง และส่งผลให้การมองเห็นลดลง หรือในบางรายอาจกระทบต่อการมองเห็นแบบถาวร
หมอแนะนำว่า หากเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจตา ไม่ว่าจะที่ร้านตัดแว่นโดยจักษุแพทย์ หรือหรือโรงพยาบาล เพื่อวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเสี่ยงและดูแลดวงตาได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นค่ะ

เมื่อไหร่ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาแห้ง
แม้อาการตาแห้งในระยะแรกอาจดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการประเมินอย่างถูกต้อง อาจทำให้อาการแย่ลงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนั้นหากมีอาการต่อไปนี้ แนะนำให้เข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
- ตาแห้งเรื้อรัง ไม่ดีขึ้น แม้จะพยายามพักสายตาหรือดูแลเบื้องต้นแล้ว แต่อาการยังคงเป็นต่อเนื่อง อาจบ่งบอกถึงภาวะตาแห้งที่ต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง
- ใช้น้ำตาเทียมแล้วไม่หาย หากใช้น้ำตาเทียมเป็นประจำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น อาจมีสาเหตุอื่นร่วม เช่น การอักเสบของผิวตา หรือความผิดปกติของต่อมไขมันที่เปลือกตา
- ปวดตา หรือแสบตาผิดปกติ มีอาการรุนแรงขึ้น เช่น ปวด แสบ หรือระคายเคืองมาก อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบ หรือมีแผลที่ผิวกระจกตา
- มองเห็นไม่ชัด หรือภาพเบลอบ่อย การมองเห็นที่แย่ลงเป็นช่วง ๆ อาจเกิดจากฟิล์มน้ำตาที่ไม่สมบูรณ์ และควรได้รับการประเมินเพื่อป้องกันผลกระทบในระยะยาว
- ตาแดงเรื้อรัง หากตาแดงบ่อยหรือเป็นต่อเนื่อง อาจไม่ใช่แค่การระคายเคืองธรรมดา แต่อาจมีภาวะอักเสบแฝงอยู่

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตาแห้ง
Q1: น้ำตาไหลเยอะ แปลว่าไม่ตาแห้งใช่ไหม?
A: ไม่เสมอไปนะคะ จริง ๆ แล้วตาแห้งอาจทำให้น้ำตาไหลมากขึ้นได้ เพราะร่างกายพยายามชดเชยความแห้ง ดังนั้นหากน้ำตาไหลมากผิดปกติ บวกกับรู้สึกไม่สบายตา แนะนำให้มาตรวจวัดเพื่อหาวิธีป้องกันค่ะ
Q2: ใช้น้ำตาเทียมบ่อย ๆ อันตรายไหม?
A: หากเป็นน้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสีย สามารถใช้ได้ค่อนข้างปลอดภัย แต่ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับอาการ และควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนใช้งานทุกครั้ง
Q3: ใส่คอนแทคเลนส์ทำให้ตาแห้งจริงไหม?
A: สำหรับหมอ หมอมองว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ เพราะเลนส์อาจรบกวนฟิล์มน้ำตา ทำให้ระเหยเร็วขึ้น ตาแห้งง่ายขึ้น
Q4: ตาแห้งรักษาหายขาดได้ไหม?
A: ขึ้นอยู่กับสาเหตุค่ะ บางรายควบคุมได้ดีจนแทบไม่มีอาการ แต่บางรายต้องดูแลต่อเนื่อง แต่หากเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดปัญหาได้ดีเลย
Q5: ทำงานหน้าจอทุกวัน ต้องป้องกันยังไง?
A: ใช้กฎ 20-20-20 ควบคู่ไปกับการกระพริบตาบ่อย ๆ และอาจใช้น้ำตาเทียมช่วยค่ะ หากทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัญหาตาแห้งได้เป็นอย่างดี

บทสรุป
ตาแห้งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากในปัจจุบัน และมีสาเหตุได้หลากหลาย ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันไปจนถึงโรคประจำตัว แม้จะดูเป็นอาการเล็ก ๆ แต่หากปล่อยไว้ อาจส่งผลต่อสุขภาพตาและคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้ ดังนั้นการดูแลที่ถูกต้อง ควรเริ่มจากการเข้าใจสาเหตุ ปรับพฤติกรรม และรับการประเมินจากจักษุแพทย์อย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับดวงตาได้
หากมีปัญหาตาแห้ง อย่าปล่อยไว้! แนะนำเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก มีจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือครบครัน ให้บริการตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียด พร้อมวางแผนการดูแลเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณมีคุณภาพการมองเห็นที่ดี และสบายตาในระยะยาวค่ะ
จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ

แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
- จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
- ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ
ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม
จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา - ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน
ก่อตั้งเป็น "ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist" เน้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล
ประวัติการศึกษา
- แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล
ปัจจุบัน
- อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
- ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Clinic และ Dr.Ouise Eye Specialist
- ทีมบริหาร ร้านแว่นตา the NEXT
สาขาของเรา

DR.OUISE EYE CLINIC
ที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 92 ตำบลประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130
เวลาเปิดปิด: 10.0018.00 น.
โทร: 090-224-5168

DR.OUISE EYE SPECIALIST
ที่ตั้ง: ห้าง Fashion Island ชั้น 2 ห้องเลขที่ 2040B
เลขที่ 587,589,589/7-9 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม 10230
เวลาเปิดปิด: 10.0022.00 น.
โทร: 095-386-6361
แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)


